Baby B and My Masha

Baby B

 

สวัสดีค่า ไม่ได้เข้ามาเขียนบล๊อคตั้งหลายวันเพราะแอบหนีไปเที่ยว อาทิตย์นี้เพิ่งจะได้ไปเที่ยวตั้งแต่กลับมาเมืองไทย เพราะตอนนี้สมาชิกในบ้านมาที่นี่กันครบทีมแล้ว เดี๋ยววันศุกร์จะแอบไปอัมพวาอีกเพราะติดใจกับบรรยากาศที่นู่นมากๆๆ แต่วันนี้ อิอิ เราทำ Baby Babushka เสร็จแล้ว เป็นโปรเจคที่ปิดเงียบไม่ได้บอกใครมาก่อน วันนี้เลยตั้งใจอยู่บ้านทั้งวันเลยเพื่อทำให้เสร็จ เห็นตัวเล็กแค่นี้ สูงแค่ 10 เซนต์เองแต่ใช้เวลาเกือบทั้งวันเลยคะ  Baby Babushka หรือเรียกสั้นๆว่า Baby B เป็นตุ๊กตาตัวแรกที่เราทำที่ไม่ใช่หมอน เสร็จออกมาแล้วชื่นใจมากๆเลย

 

แค่หน้าก็น่ารักแล้ว

 

โปรเจค Baby B ครั้งนี้ตั้งใจจะให้ Baby B ออกมาเป็นสีหวานๆทั้งหมดเลย สีแจ่มๆแบบ Masha จะไม่มีใน Baby B นะคะ เพราะเดี๋ยวคนจะติดใจแต่สีสดอย่างเดียวไม่สนใจสีหวานๆอีก เราก็ดูผ้าที่เรามีที่นี่ผ้าของ Tanya Whelan เหมาะที่สุดที่จะทำ Baby B เค้าทำผ้าออกมาได้หวานถูกใจเราจริงๆ ตอนแรกไม่อยากจะแกะมาใช้เลย แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจแกะออกมาเพราะเค้าเหมาะที่สุดแล้ว

 

ชิ้นหน้าตอนที่ทำเสร็จแล้ว

 

งานนี้ได้ลองทำระบายด้วยโดยใช้จักรเย็บก่อนแล้วก็รูดให้เป็นระบาย ทำได้ไม่ยากเลยคะ แค่ตั้งนะยะเข็มให้ห่างมากที่สุดพอเย็บเสร็จก็ดึงด้ายรูดให้เป็นระบายทั้งสองด้านแค่นี้ก็เรียบร้อย แต่ต้องรูดเบาๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวด้ายขาดต้องเย็บใหม่กันพอดี

 

พอพูดเรื่อง Baby B แล้วก็อดพูดถึงน้อง Masha ไม่ได้ เพราะช่วงหลังที่ผ่านมามีเพื่อนสั่งเราทำ Masha เยอะเลยคะตั้งแต่ออก Masha หลายๆขนาดออกมา แต่มาช่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือมาช่าที่ใช้ผ้าของ Michael Miller – Gypsy Bandana ตอนนี้เราเลยต้องสต๊อกผ้าของเขาไว้เยอะหน่อย เพราะยังต้องทำอีกเรื่อยๆ

 

ผ้าของ Gypsy Bandana ที่เตรียมไว้ตอนนี้

 

น้องมาช่าตอนนี้เรามีสองใบแต่เราไปไหนก็เอาไปด้วย แล้วก็ถ่ายรูปเค้ากับหลายๆที่ที่เราไปด้วย เลยทำให้เรานึกถึงคนที่สะสมตุ๊กตา Blythe แล้วเอาไปเที่ยวกะถ่ายรูปด้วยทุกที่ เราว่าถ้าเพื่อนๆที่ได้ตุ๊กตาของเราแล้วเอาไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆที่ไปแล้วเอามาโชว์กันคงจะเป็นกิจกรรมที่สนุกด้วยกันได้อีกแบบนึงนะคะ ใครได้ไปแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันนะคะ

 

รูปนี้ถ่ายตอนไปหัวหิน เอาเค้าสองคนมานั่งเปลญวณชมวิวทะเล

 

รอบหน้าที่จะไปอัมพวาอีกสงสัยเราต้องพาสามสาว ไม่ใช่สองสาวแล้วคราวนี้ไปเที่ยวกับเราด้วย ไม่งั้นเดี๋ยว Baby B น้อยใจตาย แต่ Baby B แบบหนักนิ้ดนึงเพราะเค้าเป็นตุ๊กตาแบบตั้งได้ รู้ไหมคะว่านอกจะมีใยสังเคราะห์อยู่ข้างในแล้วยังมีอะไรอีก มีข้าวสารคะ 555 เพราะต้องทำให้เค้าหนักนิดนึงถึงจะตั้งได้ ไว้ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะขึ้นวิธีการทำให้ดูนะคะ เผื่อใครจะได้เอาไปลองทำดูบ้างดีไหมคะ

 

Baby B กับเพื่อนๆ

 

แล้วเจอกันใหม่บล๊อคหน้านคะ ตอนนี้เริ่มดึกแล้ว นอนหลับฝันดีกันทุกคนนะคะ ByeBye ค่า

The Sweetest Side Of Me By Nida White

 

 

Advertisements

Pinwheel vs. Double Hourglass

9 Pinwheel Blocks

 

อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ลองทำ patchwork 2 ลายใหม่ อันแรกที่ลองทำ Double Hourglass และตั้งแต่เมื่อวานที่ทำก็คือ Pinwheel เราก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันคะว่าตกลงอันไหนถูกในเรามากที่สุด แฮะๆดูจากผลงานแล้วน่าจะเป็น Pinwheel นะคะ เพราะแค่วันเดียวทำได้ตั้ง 9 บล๊อคเลย เพราะอะไรหรือคะ ไม่ใช่เพราะว่ามันง่าย แต่เป็นเพราะว่าเราใช้เทคนิคการเย็บที่เค้าเรียกว่า chain piecing  เข้ามาใช้ด้วย เป็นการเย็บรวทหลายๆบล๊อคที่จะ step เข้าด้วยกันโดยไม่ได้ตัดด้ายออกจากจักรเวลาเย็บเสร็จในแต่ละอันเลย เวลาเย็บเสร็จมันจะออกมาคล้ายๆกับธงราวที่เค้าเอาไว้ใช้ประดับเวลาจัดงานอีเวนท์อะไรทำนองนั้น

 

Chain Piecing ของงาน Pinwheel

 

แต่จริงๆเราก็ว่า Double Hourglass ก็สวยนะคะ แต่ทีนี้เราเริ่มเบื่อเย็บแต่หมอนอย่างเดียวแล้วเลยคิดว่าจะทำผ้าห่มไปซะเลย เอาใหญ่ๆด้วยครั้งนี้ พอมองผ้าที่เรามีอยู่ที่เมืองไทยตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะให้ทำ Double Hourglass เท่าไหร่ เพราะสีผ้าที่ให้เลือกใช้มีน้อยไปนิดนึงก็เลยต้องเบนเข็มไปทำ Pinwheel แทน

Double Hourglass ที่ทำเป็นหมอน

 

วันนี้อยากขึ้นวิธีทำ Pinwheel ให้เพื่อนๆมากคะ แต่เนี่ยก็จะดึกแล้ว เอาไว้วันหลังจะขึ้นให้นะคะ  อ้อ อีกเรื่องที่อยากจะบอก เรื่องซื้อผ้าจากเมืองนอกแบบที่เราชอบทำ ชอบสั่งผ้าทางอินเทอร์เน็ต ตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าเวลาที่ผ้ามาถึงเราเราจะต้องเสียภาษีด้วยหรือเปล่า ทีนี้ก็เลยลองสั่งดู ผลปรากฎว่าไม่ต้องเสียคะ คนขายเค้าก็ส่งมาทางไปรษณีย์ปกติ บุรุษไปรษณีย์ก็มาส่งให้ที่บ้านปกติ ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย เพราะเรารู้ว่าถ้าส่งเสื้อหรือซื้อเสื้อผ้าจากเมืองนอกเข้ามาเค้าจะมาเก็บภาษีเรา เคยโดนมาก่อนก็เลยไม่แน่ใจเรื่องผ้า ตกลงไม่ต้องเสีย เย เย เย! ใครอยากได้อะไรสวยๆที่เมืองไทยไม่มี เพราะส่วนมากเค้าชอบขายผ้าแต่ที่เป็นสีตุ่นๆ ลองสั่งจากทางอินเทอร์เน็ตก็ได้นะคะ แล้วเวลาที่เว็บไซต์ที่เราซื้อผ้าเค้ามีคูปองลดราคาอะไรมาเราจะบอกกับเพื่อนๆไปนะคะ

 

ซองจดหมายที่ผู้ขายส่งผ้ามาให้เรา

 

นอกจากผ้าห่มที่ตอนนี้เริ่มทำแล้ว เรายังเตรียมโปรเจคน้องมาช่าอีกรอบ วันนี้ได้ความช่วยเหลือจากเอ ลูกน้องเราเองมาช่วยตัดผ้าให้เพราะกำลังจะทำน้องมาช่ารอบใหม่อีกรอบ รอบใหม่นี้จะทำ 3 ขนาดเลยคะ ใหญ่ กลาง เล็ก เอาให้ครบเซ็ทเลย เสร็จแล้วคงน่ารักกกกกกกกกมากกกกกกกแน่ๆๆๆๆๆๆ และแล้วก็อดไม่ได้ขอโชว์ผ้าลายน้องมาช่าที่ช่วงนี้ได้มาด้วยหน่อยนะคะ

 

อันนี้ได้มาจากอเมริกาคะ

 

อันนี้ได้มาจากญี่ปุ่นคะ

 

ตื่นตาตื่นใจกับผ้าที่ได้มาช่วงนี้มากเลยคะ และก็หมายความว่าจะต้องผลิตงานสวยๆออกมาอีกเยอะๆดีกว่า ตอนนี้ในหัวก็เลยมีแต่โปรเจคใหม่เต็มไปหมด เสร็จเมื่อไหร่จะค่อยๆทยอยเอามาโพสให้ดูนะคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

Double Hourglass… So Easy

Good Morning Friday

 

วันศุกร์อีกแร้ว เร็วจังเลย วันนี้ตื่นมาขอเขียนบล๊อคก่อนเลยดีกว่าคะ ไม่งั้นวันนี้คงอดอีกเพราะตารางค่อนข้างเต็มอีกแล้ว  วันนี้จะเขียนบล๊อควิธีการทำ Double Hourglass ให้เพื่อนๆนะคะ เพราะตอนนี้เรามีโปรเจคทำตัวนี้อยู่จะได้ทำด้วยกันไปพร้อมๆกันเลยคะ

 

ก่อนอื่นหากระดาษแข้งเอามาตัดขนาดให้ได้ 7.5×7.5 นิ้ว เสร็จแล้วก็ตัดให้เหมือนในรูปนะคะ

 

ตัดครึ่งแรกได้สามเหลี่ยมใหญ่สองชิ้น

 

ตัดทแยงอีมูมนึง ทีนี้ได้สี่ชิ้นเลย

 

เอาสามเหลี่ยมมาใช้อันเดียวนะคะที่เหลือเก็บไว้เผื่ออันแรกเสียได้มีอันที่ 2, 3, 4 เอามาใช้ได้อีก  เสร็จแล้วก็ไปตัดผ้าสองสี ความกว้าง 2 1/4 นิ้ว หรือ 2.25 นิ้ว ความยาวตามหน้าผ้า

 

เอาผ้าสองชิ้นมาเย็บติดกัน

 

เสร็จแล้วเอาแผ่นสามเหลี่ยมมาทาบและตัดชิ้นแรก

 

กลับหัวสามเหลี่ยม แล้วตัดผ้าชิ้นที่สอง

 

กลับหัวสามเหลี่ยมเป็นแนวตั้งอีกรอบและตัดผ้าอีกหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นก็กลับหัวสามเหลี่ยมลงตัดผ้าอีกชิ้นนึง เพราะฉะนั้นเราจะมีสามเหลี่ยมฐานสีแดงสองชิ้น และสามเหลี่ยมฐานสีขาวสองชิ้น พอเอามาเรียงประกอบหันหน้าตาก็จะออกมาเป็นแบบนี้คะ

 

เกือบจะสวยแล้ว

 

เสร็จแล้วเย็บที่ละคู่นะคะ เย็บคู่เสร็จเอาทั้งสองคู่มาเย็บติดกัน

 

เรียบร้อยแล้ว น่ารักเนอะ

 

แล้วก็ทำหลายๆอันมาประกอบกันนะคะ

 

หรือทำหลายๆลายมาต่อกันก็ได้คะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

Such a Beautiful Day

ใครเห็น Double Hourglass ของเราจาก facebook แล้วบ้างคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ง่ายจริงๆ พรุ่งนี้เราจะขึ้นวิธีการทำให้นะคะ

20110707-101320.jpg

ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วคะสำหรับทริปกรุงเทพฯของเรารอบนี้เราจะทำงานชิ้นนี้ด้วย theme สีแดง สีที่อยากทำมานาน 🙂

20110707-101855.jpg

วันนี้เป็นวันกิจกรรมอีกวัน แต่เป็นกิจกรรมของลูกอีกแล้ว แต่เป็นกิจกรรมน่ารักของเด็กๆ มีเด็กหลายๆคนมาเรียนบัลเล่ท์ปิดเทอม เด็กๆไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ไม่ใช่ชาติเดียวกันด้วย แต่พอเรียนคลาสเดียวกันกลับกลายเป็นเพื่อนกันได้เร็ว สื่อสารกันได้ หัวเราะด้วยกันได้ น่ารักจริงๆคะ

20110707-102440.jpg

20110707-102515.jpg

20110707-102458.jpg

20110707-102525.jpg

แต่เสียอย่างเดียวหลังจากคลาสแล้ว ขับรถกลับบ้าน รถติดเหลือเกิน ถ้ากรุงเทพฯรถติดน้อยกว่านี้… ไม่อยากจะนึกถึง… ชีวิตคงจะสบายสุดๆ

แฮะ แฮะ ไม่เอาละกลับมาฝันหวานต่อดีกว่าว่าวันนี้ผ้าใหม่ที่ได้มาจะออกมาเป็น Double Hourglass ที่สวยได้ขนาดไหน

20110707-103243.jpg

The Sweetest Side of Me By Nida White

Patchwork Continued… Let’s make pillow together

Rail Fence Pillow ทำเสร็จแล้วคะ

วันนี้มาต่อกันจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกันนะคะ อาทิตย์ที่แล้วที่เราทำ patchwork แผ่นหน้าเสร็จแล้ว เราก็ต้องมาประกอบหมอนให้มันเสร็จๆใช่ไหมคะ มาเริ่มกันเลยคะ เราเอา patchwork กลับมาดูและรู้สึกว่ายังอยากเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกหน่อย เราก็เลยเพิ่มขอบเหลืองรอบนอกของแผ่น patchwork ที่เราทำ เพราะลองวัดตัวหมอนแล้วยังมีที่เหลือพอให้เข้าขอบเหลืองได้

ตัดขอบผ้าสีเหลืองความกว้าง 2 นิ้ว ความยาวตามหน้าผ้า

กลัดเข็มหมุดขอบเหลืองเข้ากับตัว patchwork และเอาไปเย็บติดกัน

เย็บเสร็จแล้วตัดขอบผ้าให้เท่ากับ patchwork มุมแรก และกลัดผ้าขอบเข้ากับมุมต่อไปและเย็บให้ติกกัน ทำแบบนี้ให้ครบทั้งสี่มุมนะคะ แต่ตัดขอบให้ตรงและเรียบร้อย

เสร็จขั้นตอนการเพิ่มความสวยให้ patchwork ของเรา

แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากเย็บขอบเพิ่มก็ได้นะคะ ก็ต้องวัดขนาดความกว้างของ patchwork ว่ามีขนาดเท่าไหร่จะได้ ไปตัดผ้าเพื่อประกอบหมอนชิ้นหน้าได้นะ เช่น patchwork ของเราตอนนี้วัดได้ 11.5 นิ้ว แต่เวลาเย็บต่อกับผ้าตัวหมอนแล้วก็จะเหลือแค่ 11 นิ้ว แต่หมอนของเราขนาด 16 นิ้ว หมายความว่าเราต้องตัดผ้าเพื่อประกอบชิ้นหน้าอีก 5 นิ้ว ซึ่งหมายถึงขอบด้านซ้ายต้องมีความกว้าง 2.5 นิ้ว ขวา 2.5 นิ้ว บน 2.5 นิ้ว และล่าง 2.5 นิ้ว หมอนเราก็จะได้ขนาด 16 x 16 นิ้วคะ

แต่ แต่ แต่ อย่าเพิ่งตัดนะคะ เพราะตามที่ว่ามาข้างบนยังไม่รวมชายผ้าที่ต้องเหลืออีกข้างละ 1/4 นิ้วเลย เพราะฉะนั้นเราต้องตัดผ้าที่ 3 นิ้วคะ เพราะเวลาเย็บเข้าแผ่น Patchwork แล้วผ้าก็จะเหลือ 2.75 นิ้ว เวลาเย็บประกบกับชิ้นหลังผ้าก็จะเหลือ 2.5 นิ้วตามที่ต้องการ

ตัดผ้าประกอบตัวหมอนชิ้นหน้า กว้าง 3 นิ้วตามความยาวของหน้าผ้า

แล้วเอามากลัดเข้ากับแผ่น patchwork และนำไปเย็บติดกัน

เย็บทั้งสี่มุมและตัดผ้าให้ขอบเท่ากัน

สวยไหมคะ

ชิ้นหน้าเสร็จแล้วออกมาสวยสมใจ

มาเริ่มทำชิ้นหลังกันคะ

ทีนี่บอกก่อนว่าเราไม่ได้ทำหมอนแบบใส่ซิปนะคะ เราะทำแบบที่เค้าเรียกว่า Envelope Pillow จะใช้ผ้าชิ้นหลังมาเกยกันคะ ตรงนี้ดีสำหรับคนที่มีลูกเล็ก หรือคนที่ชอบนอนหนุนหมอนและไม่ต้องกลัวว่าซิปจะมาขูดหน้า ตรงนี้นิยมกันมากในต่างประเทศสำหรับคนที่ชอบทำงานฝีมือ เพราะทำเสร็จได้เร็วกว่าแบบอื่นๆด้วยคะ วิธีทำก็คือตัดผ้าชิ้นหลังความกว้างเท่ากับชิ้นหน้า ซึ่งตรงนี้คือ 16 นิ้ว แต่ความยาวจะบวกเพิ่มไปอีก 4 นิ้ว ซึ่งก็คือ 20 นิ้ว พอตัด 16 x 20 นิ้วแล้วก็ตัดผ้าออกเป็นสองท่อนเลยคะ สองข้างให้เท่าๆกันกคือ 16 x 10 นิ้ว 2 ชิ้น

ตัดแบ่งครึ่งให้สองข้างเท่าๆกัน

เสร็จแล้วพับริมสองทบเล็กๆนะคะ เอาเตารีดรีดให้เรียบแล้วนำไปเย็บขอบให้สวยงาม

แล้วเอาผ้าชิ้นหน้าวาง หงายหน้าผ้าขึ้น เอาชิ้นหลังมาประกบแผ่นหลังขวาทาบบนแผ่นหลังซ้าย หรือแผ่นหลังซ้ายทาบบนแผ่นหลังขวาตามที่ถนัด

ทาบเสร็จแล้วใช้เข็มหมุดกลัดรอบๆสี่เหลี่ยมแล้วเริ่มเย็บนะคะ ให้เหลือชายผ้า 1/4 นิ้วด้วยนะคะ

แล้วก่อนที่จะพลิกปลอกหมอนด้านถูกออกมา เอากรรไกรตัดมุมทั้งสี่มุมออกเหมือนในรูปก่อนนะคะ จะทำให้มุมเมื่อพลิกกลับมาแล้วออกมาสวยงามคะ

เสร็จแล้วก็เอาตัวหมอนใส่ แล้วตบๆให้สวยงาม

ออกมาสวยอย่างที่อยากได้แล้วคะ

ลองทำดูนะคะ ทำหลายๆสีเรียงกันคงจะสวยน่าดูเลยคะ

The Sweetest Side of Me By Nida White

Sewing Class with Friends

ก๊วนเพื่อนโรงเรียนที่ยังรักกันเหนียวแน่น

 

เมื่อวานที่ผ่านมามีเพื่อนๆมารวมตัวกันที่บ้านสิบกว่าคน จุดประสงค์หลักเพื่อเรียนเย็บผ้า และแต่ละคนถืออาหารมาคนละไม้ละมือ มีทั้งอาหารที่ตั้งใจทำกันมาให้เพื่อนๆทานกันแล้วยังมีอาหารที่ขาดไม่ได้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ทานมานาน นั่นคือ ส้มตำ หมูน้ำตก คอหมูย่าง ฯลฯ จริงๆแล้วสรุปกันหลังจากที่เจอกันทีมกินมีมากกว่าทีมเย็บ ทีมกินนอกจากจะหม่ำอาหารกันตลอดเวลาแล้วยังเป็นทีมสนับสนุนทีมเย็บกันด้วยแบบว่าถ้าทีมเย็บทำอะไรสำเร็จขึ้นมาชิ้นนึงแล้วทีมสนับสนุนจะวิ่งมาเฮกัน และรุมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

 

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่บ้านเราจัดการชุมนุม เพราะตั้งแต่ซื้อบ้านมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศยังไม่มีโอกาสต้อนรับแขกๆที่บ้านมาก่อนเลย เจ้าบ้านเลยเกิดอาการประหม่าเล็กน้อยว่าบ้านจะโอเคเพื่อนต้อนรับแขกๆคนสำคัญหรือเปล่า แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

 

เราเริ่มเย็บหมอนกันตั้งแต่มาถึง สรุปแล้วมีนักเรียนดีเด่นตั้งใจเรียนอยู่สี่คน จักรมีสองตัว เมื่อวาน Janome คะแนนนำโด่งเพราะ Bernina ไม่ยอมมาด้วย เจ้าของเปลี่ยนใจมากินมากกว่ามาเย็บ 😉

 

เมื่อวานมี 3 แบบที่เพื่อนสนใจอยากเรียน Wheel Pillow, Log Cabin Pillow, และ Rail Fence Pillow. เพื่อนที่ได้ทำหมอน Log Cabin บอกว่าแบบนี้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ จากคนที่ไม่เคยเย็บจักร ตัดผ้ามาก่อนใช้เวลาทำประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จ  Rail Fence ก็ไม่น้อยหน้า ออกตัวช้ากว่าคนอื่นแต่ก็ทำเสร็จได้พร้อมๆกัน ส่วน Wheel Pillow ซึ่งละเอียดกว่าและงานหลายขั้นตอนกว่าก็เสร็จช้ากว่าคนอื่นเพียงนิดเดียว

 

3 แบบ 4 ใบ

 

เพื่อนๆแต่ละคนตั้งใจกันมาก มีความมั่นใจมากกว่าเราในตอนแรกที่เริ่มหัดเย็บกว่าเรากันทุกคน เราปรับ speed จักรให้อยู่ต่ำหน่อยเพื่อให้แต่ละคนเย็บได้ช้าๆแต่ไม่พลาด งานออกมาเลยสวยทุกใบเลยคะ นอกจากนั้นเมื่อวานยังได้มีโอกาสสอนเพื่อนๆให้ใช้ rotary cutter ด้วย มีแต่คนชอบมากๆ เพราะทำให้งานตัดออกมาได้เร็วและไม่ผิดพลาด ตลกตรงที่เพื่อนคนนึงตั้งชื่อ rotary cutter ว่ามีดหั่นพิซซ่า (คิดได้ไงนิ)

 

ทีมเย็บที่ทำผลงงานออกมาได้สวยแจ่ม

 

ทั้งเย็บ ทั้งกิน ทั้งเมาท์อยู่กันไปกันมาตั้งแต่เที่ยงจนมึดค่ำเลยคะ นอกจากนั้นยังมีการมอบหมอนสำหรับคนที่เราเคยสัญญาว่าจะทำให้อีกด้วย ทำเหมือนเป็น event มอบของรางวัลอะไรอย่างนั้น สนุกดีคะ ถ่ายรูปกันซะหนำใจไปเลย นอกจากเพื่อนเป็ยผู้โชคดีที่ได้หมอนแล้วยังเป็นที่อิจฉาตาร้อนของคนที่ยังไม่ได้อีกด้วย เลยกลายเป็นงานแย่งหมอนกันไปอีกงาน

 

เจ้าของ Roxy Foxy คนใหม่แต่ถือมาช่ามาถ่ายรูป

 

เจ้าของมาช่าที่ใช้ผ้าของ Amy Bulter โดยเฉพาะ

 

พอใกล้ค่ำหลังจากที่เย็บเสร็จหายเหนื่อยกันเรียบร้อยแล้งก็ถึงเวลาถ่ายรูป ถ่ายกับถ่ายแบบ non stop แต่เราก็ได้รูปที่ถ้่ยกับนักเรียนดีเด่นมาอวดด้วยนะคะ

 

นักเรียนดีเด่นทั้งสี่คนรวมคุณครู

 

ท้ายสุดขาดไม่ได้ก็ต้องมีรูปหมู่ก่อนกลับอีกที

ก่อนกลับต้องรวมรูปหมู่

 

จบงานนี้แล้วเริ่มมั่นใจขึ้นมาหน่อยแล้วคะว่าน่าจะสอนเย็บได้ เดี๋ยวกำลังใจมามากกว่านี้จะเปิดคลาสเล็กๆสอนเพื่อนๆคนอื่นที่สนใจมาเย็บกับเราซักครั้งสองครั้งดีไหมคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

 

Easy Patchwork … Let’s Do It

Rail Fence

 

วันนี้มาทำ patchwork แบบง่ายๆกันดีกว่าคะ แบบนี้ชื่อภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า Rail Fence คะ ก่อนอื่นหาผ้าสีสวยๆมาซักสามสี หรือใครอยากทำสี่สีก็ได้นะคะ ได้แล้วก็ตัดขนาดความกว้างให้เท่าๆกัน ตามแบบของเรานี้เราใช้ผ้าสามสีเพราะเราอยากได้ปลอกหมอนใหม่ขนาด 16 นิ้ว ความกว้างของแต่ละสีของเราขนาด 2 นิ้ว ตัดตามความกว้างของหน้าผ้าเลยนะคะ

 

จัดลายสีว่าจะให้อันไหนอยู่ตรงไหน

 

เสร็จแล้วเย็บชิ้นที่ 1 และ 2 เข้าด้วยกันให้เหลือชายผ้า 1/4 นิ้ว

 

เสร็จแล้วคลี่ผ้าออกใช้นิ้วกรีดตามรอยตะเข็บ

 

แล้วเอาชิ้นที่ 3 มาเย็บติดกับชิ้นที่ 2

 

อย่าลืมเหลือชายผ้า 1/4 นิ้วด้วยนะคะ

 

คลี่ชิ้นที่ 3 ออกแล้วใช้นิ้วกรีดรอยตะเข็บ

 

จากนั้นก็วัดขนาดความกว้างของสามสี และตัดขอบที่ไม่เท่ากันออก

 

ใช้ rotary cutter ตัดฉึบทีเดียวเลยคะ

 

หลังจากนั้นก็ตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส 4 ชิ้น ถ้าต้องการให้ใหญ่กว่านั้นก็ได้นะคะ ตัดเป็น 9 ชิ้นก็ได้

 

จัดลายตามที่ต้องการ และนำไปเย็บทีละสองชิ้น จะสองชิ้นบนก่อนและตามด้วยสองชิ้นล่าง หรือจะสองชิ้นขวาก่อนแล้วค่อยสองชิ้นซ้ายก็ได้

 

จากนั้นเอาสองคู่ที่เย็บแล้วมาประกบหน้าชนกัน กลัดด้วยเข็มกลัดและดูตะเข็บให้หันไปคนละทาง

 

เย็บจักรให้ทั้งสองคู่ติดกัน เสร็จแล้วพลิกดูว่าตะเข็บเรียบร้อยไปคนละทางสวยงามหรือเปล่า

 

กลับด้านหน้ามาก็จะได้ patchwork rail fence สวยงามคะ

 

หลังจากนั้นก็เอาไปประกอบชิ้นหมอนก็เรียบร้อยแล้วคะ หรือถ้าเพื่อนๆอยากดูภาคประกอบเป็นหมอนต่อก็ได้นะคะ แล้วเดี๋ยววันหยุดนี้เราจะขึ้นบล๊อคตอนต่อไปที่ประกอบเป็นหมอนให้อีกนะคะ อย่าลืมลองไปทำดู เราว่าถ้าใช้สีสดๆก็คงสวยไม่น้อยเลยล่ะคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White