Let’s sew Laptop Cover ^^

กระเป๋าใส่คอมสุดเม่ห์

วันนี้เรามาทำกระเป๋าใส่คอม หรือใครจะทำกระเป๋าใส่ Ipad กันดีกว่าค่ะ ใครอยากลองทำแบบไหนวิธีการทำก็ไม่ได้แตกต่างกันนะคะ กระเป๋าของเราเราจะทำให้ใหญ่และหลวมๆนิดนึงจะได้ใส่และดึงออกมาได้ง่ายๆคะ ส่วนขนาดของคอมพิวเตอร์เราจะอยู่ที่ 13×9 นิ้ว ส่วน Ipad ขนาดอยู่ที่ 9.5×7 นิ้ว เพราะฉะนี้นอุปกรณ์ที่เราจะเตรียมเย็บกระเป๋าจะมีอะไรบ้างลองดูตามข้างล่างนี้นะคะ

  • ผ้ากระเป๋าชิ้นด้านนอก 2 ชิ้น สำหรับคอมพิวเตอร์ตัดขนาด 15×11 นิ้ว สำหรับ Ipad ตัดขนาด 11.5×9.5 นิ้ว และอีก 2 ชิ้นตัดชิ้นเล็กเพื่อทำชิ้นปิดปากกระเป๋าขนาด 6.5×5.5 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 5.5×4.5 สำหรับ Ipad
  • ผ้ากระเป๋าชิ้นใน 2 ชิ้น ตัดขนาดเท่ากับชิ้นนอก
  • แผ่นใยบุกระเป๋า 2 ชิ้น ตัดขนาดเท่ากับชิ้นนอก และอีก 1 ชิ้นขนาด 6.5×5.5 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 5.5×4.5 นิ้วสำหรับ Ipad
  • ผ้ากาว 2 ชิ้นตัดขนาด 15×11 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 11.5×9.5 นิ้วสำหรับ Ipad
  • กระดุมแม่เหล็ก 2 ชุด
  • ด้ายสีที่เข้ากับกระเป๋าหรือจะใช้ด้ายสีสดตัดกับลายผ้าก็ได้

แผ่นใยบุกระเป๋า ถ้ามีเป็นชิ้นๆเราสามารถเอามาต่อกันได้โดยใช้ซิกแซ็กเย็บจนได้ขนาดที่ต้องการ

วันนี้เราเลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้า แต่ใครจะลองสีตัดกันก็ได้นะคะ

เราเริ่มด้วยเอาผ้ากาวมารีดบนด้านหลังของผ้าชิ้นนอก ใครอยากให้กระเป๋าแข็งหน่อยมีรูปทรงก็ใช้วิธีนี้ แต่ถ้าใครชอบกระเป๋าแบบนิ่มๆก็ไม่ต้องรีดผ้ากาวนะคะ

รีดผ้ากาวบนด้สนหลังของผ้าชิ้นนอก

รีดผ้ากาวบนด้สนหลังของผ้าชิ้นนอก

รีดแล้วขลิบผ้ากาวที่เกินออกมาออกไปนะคะ

รีดแล้วขลิบผ้ากาวที่เกินออกมาออกไปนะคะ

เสร็จแล้วจักรใครที่มีตีนผีที่เย็บควิล์ทก็ให้เปลี่ยนตอนนี้นะคะ เพราะเราจะต้องเย็บผ้าหลายชั้นใช้ตีนผีแบบนี้จะดีกว่า แล้วเราก็เอาผ้าชิ้นนอกทั้ง 2 ชิ้นและแผ่นใยมาประกบกัน ใช้เข็มหมุดกลัดและเย็บติดกัน

เย็บริมขอบซ้ายขวาให้แผ่นใยกับผ้าชิ้นนอกติดกัน

เย็บริมขอบซ้ายขวาให้แผ่นใยกับผ้าชิ้นนอกติดกัน

หลังจากนั้นใครอยากเย็บควิล์ททำลายบนผ้าก็สามารถทำได้เลยค่ะ หรือว่าถ้าไม่อยากเย็บลายเพื่อโชว์ลายพิมพ์ผ้าสวยๆก็ไม่เย็บได้นะคะ

เราใช้ขาเหล็กเพื่อกะระยะให้แต่ละเส้นตรงเท่ากันทุกเส้น

เราใช้ขาเหล็กเพื่อกะระยะให้แต่ละเส้นตรงเท่ากันทุกเส้น

เสร็จแล้วก็เอาแผ่นชิ้นกระเป๋าทั้งสองชิ้นเอาด้านถูกชนกัน กลัดด้วยเข็มหมุดและเย็บติดกัน

จับมุมให้ชนกันดีๆและเย็บให้ตรงนะคะ

จับมุมให้ชนกันดีๆและเย็บให้ตรงนะคะ

แต่เย็บย้ำที่มุมปากกระเป๋าทั้งสองด้านนิดนึงนะคะ

แต่เย็บย้ำที่มุมปากกระเป๋าทั้งสองด้านนิดนึงนะคะ

เย็บสามมุมเสร็จ ขลิบก้นกระเป๋าออกหน่อยนะคะ

เย็บสามมุมเสร็จ ขลิบก้นกระเป๋าออกหน่อยนะคะ

แล้วเราก็กลับด้านถูกออกมา เริ่มเห็นแล้วว่ากระเป๋าสวยเริ่มเป็นรูปร่าง

แล้วเราก็กลับด้านถูกออกมา เริ่มเห็นแล้วว่ากระเป๋าสวยเริ่มเป็นรูปร่าง

แล้วเก็บกระเป๋าชิ้นนอกไว้แป๊บนึงมาเย็บชิ้นปิดปากกระเป๋ากัน เอาผ้าชิ้นนอกที่ตัดไว้แล้วและแผ่นใยออกมา  เลือกชิ้นไหนเป็นชิ้นด้านหน้าและชิ้นไหนเป็นชิ้นด้านหลัง แล้วเรียงตามนี้นะคะ เอาชิ้นด้านหน้าวางบนพื้นเอาด้านถูกขึ้น เอาชิ้นหลังวางทับบนชิ้นหน้าเอาด้านถูกชนกัน และเอาแผ่นใยวางทับเป็นชั้นที่สาม เย็บทั้งสามชิ้นให้ติดกัน

เอาผ้าชิ้นเล็กที่เตรียมไว้ออกมาแล้วดูว่าจะให้ชิ้นไหนเป็นชิ้นหน้า ชิ้นไหนเป็นชิ้นหลัง

เอาผ้าชิ้นเล็กที่เตรียมไว้ออกมาแล้วดูว่าจะให้ชิ้นไหนเป็นชิ้นหน้า ชิ้นไหนเป็นชิ้นหลัง

เอามาเรียงตามที่บอกแล้วเย็บติดกัน

เอามาเรียงตามที่บอกแล้วเย็บติดกัน

ขลิบขอบด้านล่างเสร็จแล้วพลิกเอาด้านถูกออกมา

ขลิบขอบด้านล่างเสร็จแล้วพลิกเอาด้านถูกออกมา เย็บรอบอีกครั้งเพื่อความสวยงาม

แล้วพักไว้อีกแป๊บนึง แล้วเราก็มาเย็บกระเป๋าชั้นในด้วยกัน เอาผ้าชิ้นในด้านถูกชนกันและเย็บขอบสามด้านเหมือนกระเป๋าชิ้นนอก

ผ้าชิ้นในเอามาเย็บเข้าด้วยกันสามด้าน แต่ด้านก้นกระเป๋าต้องเหลือช่องไว้หน่อยนะคะ

ผ้าชิ้นในเอามาเย็บเข้าด้วยกันสามด้าน แต่ด้านก้นกระเป๋าต้องเหลือช่องไว้หน่อยนะคะจะได้ไว้กลับกระเป๋าทีหลัง

เราเหลือช่องด้านก้นกระเป๋าประมาณ 3.5 นิ้วเพื่อไว้กลับกระเป๋าด้าในออกมา

เราเหลือช่องด้านก้นกระเป๋าประมาณ 3.5 นิ้วเพื่อไว้กลับกระเป๋าด้านในออกมา

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องติดกระดุมแม่เหล็กกันค่ะ ใครที่เคยติดมาแล้วก็จะรู้สึกว่าไม่ยาก แต่มือใหม่อาจจะรู้สึกว่ายากนิดหน่อยนะคะ กระดุมแม่เหล็กเค้าจะมีเป็นชุด ตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้เป็นตัวนูน และตัวเมียเป็นตัวบุ๋ม และจะมีตัวแบนไว้เสียบล็อคกระดุมด้านหลังอีกสองตัว

กระดุมแม่เหล็กหนึ่งชุด

กระดุมแม่เหล็กหนึ่งชุด

เราจะเอากระดุมตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋านะคะ ส่วนตัวเมียจะติดอยู่ที่ผ้ากระเป๋าชิ้นนอก

เอากระดุมแม่เหล็กตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า

เอากระดุมแม่เหล็กตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า

เราจะติดกระดุมแม่เหล็กตัวผู้ที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า 2 จุด พยายามติดไม่ชิดขอบเย็บมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ประกอบยาก ส่วนวิธีการทำจะอธิบายขั้นต่อไปตอนที่เราติดตัวเมียนะคะ หลังจากนั้นเราจะเย็บชิ้นปิดปากกระเป๋าเข้ากับตัวกระเป๋าชิ้นนอกโดยเราจะหาจุดกึ่งกลางของชิ้นปิดปากกระเป๋า และตัวกระเป๋าชิ้นนอกและลงจุดด้วยดินสอไว้

กำหนดจุดกึ่งกลางให้ทั้งสองชิ้น

กำหนดจุดกึ่งกลางให้ทั้งสองชิ้น

กลัดทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันโดยหันเอาด้านกระดุมออกด้านนอก

กลัดทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันโดยหันเอาด้านกระดุมออกด้านนอก

แล้วก็เย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกัน

แล้วก็เย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกัน

เย็บจากขอบเข้ามา 1/4 นิ้วนะคะ

เย็บจากขอบเข้ามา 1/4 นิ้วนะคะ

แล้วเราก็มาเย็บกระดุมที่การเป๋าชิ้นนอกกันคะ เราจะพลิกชิ้นปิดกระเป๋าลงมาเทียบจุดที่กระดุมทั้งสองจะบรรจบกันก่อน ระยะจากขอบกระเป๋าจะประมาณ 3.5 นิ้ว ระยะนี้เรากะทำให้ชิ้นขอบกระเป๋าปิดมาลงไม่แน่นจนเกินไป ยังเหลือที่อยู่เล็กน้อย

เราวัดระยะจากขอบกระเป๋าชิ้นนอกลงมาประมาณ 3.5 นิ้วหรือจะมากกว่านั้นก็ได้ถ้าต้องการชิ้นปิดปากกระเป๋าแบบพอดี

เราวัดระยะจากขอบกระเป๋าชิ้นนอกลงมาประมาณ 3.5 นิ้วหรือจะมากกว่านั้นก็ได้ถ้าต้องการชิ้นปิดปากกระเป๋าแบบพอดี

กำหนดจุดที่กระดุมทั้งสองฝั่งมาบรรจบกับโดยใช้แผ่นแบนที่รองหลังเป็นตัวลงจุดไว้ด้วยดินสอ

กำหนดจุดที่กระดุมทั้งสองฝั่งมาบรรจบกับโดยใช้แผ่นแบนที่รองหลังเป็นตัวลงจุดไว้ด้วยดินสอ

แล้วเราก็จะใช้กรรไกรขลิบผ้าให้ทะลุไปถึงแผ่นใยด้านหลัง

แล้วเราก็จะใช้กรรไกรขลิบผ้าให้ทะลุไปถึงแผ่นใยด้านหลัง

ใช้กรรไกรขลิบตรงของเส้นยาวที่ขีดไว้ทั้งสองด้าน

ใช้กรรไกรขลิบตรงของเส้นยาวที่ขีดไว้ทั้งสองด้าน

เอากระดุมตัวเมียสอดเข้าตามรอยที่ขลิบไว้

เอากระดุมตัวเมียสอดเข้าตามรอยที่ขลิบไว้

ให้ขาของกระดุมทะลุแผ่นใยออกไปด้านหลัง

ให้ขาของกระดุมทะลุแผ่นใยออกไปด้านหลัง

แล้วเอาแผ่นแบบรองหลังเสียเข้าระหว่างขาทั้งสอง

แล้วเอาแผ่นแบนรองหลังเสียบเข้าระหว่างขาทั้งสอง

แล้วล็อคกระดุุมโดยแยกขาทั้งสองออก

แล้วล็อคกระดุุมโดยแยกขาทั้งสองออก

เสร็จข้างนึงแล้วก็ติดอีกข้างหนึ่งให้เรียบร้อย

เสร็จข้างนึงแล้วก็ติดอีกข้างหนึ่งให้เรียบร้อย

ติดกระดุมเรียบร้อยแล้วเราก็มาเย็บกระเป๋าชิ้นในเข้าด้วยกันนะคะ เอาผ้ากระเป๋าชิ้นในที่เย็บเรียบร้อยแล้วสวมครอบผ้ากระเป๋าชิ้นนอก

เอาผ้าด้านถูกชนกันนะคะ

เอาผ้าด้านถูกชนกันนะคะ

ใช้เข็มกลัดกลัดโดยรอบ

ใช้เข็มกลัดกลัดโดยรอบ

แล้วเย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกันนะคะ

แล้วเย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกันนะคะ

เสร็จแล้วกลับด้านเอากระเป๋าชิ้นนอกออกมาผ่านช่องก้นกระเป๋าที่เราเปิดทิ้งไว้

เสร็จแล้วกลับด้านเอากระเป๋าชิ้นนอกออกมาผ่านช่องก้นกระเป๋าที่เราเปิดทิ้งไว้

แล้วใช้จักรเย็บปิดก้นกระเป๋าให้เรียบร้อย

แล้วใช้จักรเย็บปิดก้นกระเป๋าให้เรียบร้อย

แล้วพลิกเอากระเป๋าชิ้นในเข้าไปในกระเป๋าชิ้นนอก แล้วเย็บรอบกระเป๋าอีกรอบ

แล้วพลิกเอากระเป๋าชิ้นในเข้าไปในกระเป๋าชิ้นนอก แล้วเย็บรอบกระเป๋าอีกรอบ

แล้วพลิกชิ้นปิดกระเป๋ากลับมาติดกระดุมให้เรียบร้อยก็เป็นอันเรียบร้อย

แล้วพลิกชิ้นปิดกระเป๋ากลับมาติดกระดุมให้เรียบร้อยก็เป็นอันเรียบร้อย

เสร็จแล้ว ก็ได้กระเป๋าถูกใจเพิ่มขึ้นอีกใบ

เสร็จแล้ว ก็ได้กระเป๋าถูกใจเพิ่มขึ้นอีกใบ

How To อันนี้ยาวนิดนึงนะคะ แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปใช่ไหมค่ะ ใครทำเสร็จแล้วเหมือนเดิมขอชมด้วยคนนะคะ ^^

The Sweetest Side Of Me By Nida White

Advertisements

Tokyo International Quilt Festival 2012…Part 2

Patchwork ของคนที่ส่งเข้าร่วมโครงการ

วันนี้มาต่อเรื่อง Quilt Show อีกหน่อยนะคะ นอกจากงานนี้จะเป็นงานโชว์ควิล์ทแบบ professional แบบอลังการแล้ว เค้ายังเปิดโอกาสให้คนที่ชอบทำการฝีมือส่งงานของตัวเองเข้ามาร่วมโครงการ โดยสุดท้ายนำเอางานทั้งหมดเข้ามาประกอบเป็นควิล์ทผืนใหญ่ และมีรายละเอียดชื่อของแต่ละคนติดบอร์ดให้ด้วยแต่เสียดายเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด (อีกแล้ว) งานนี้เพื่อนของเรา Annie Pongpairoj ส่งงานเข้าร่วมด้วย เราก็รีบดิ่งไปดูก่อนที่จะไปดูของคนอื่นก่อนเลย Annie ทำ patchwork เป็นรูปช้างน่ารักมาก เสียดายถ่ายภาพไม่ได้เต็มๆเท่าไหร่

ควิล์ท No. 73 ที่มีงานของเพื่อนเราอยู่ ผืนนี้มีแต่รูปสัตว์น่ารักๆเต็มไปหมด

หลังจากนั้นเราก็เริ่มทยอยดูงานที่คนส่งเข้ามา หลากหลายมากกกก และน่าสนใจมากๆๆด้วย บางคนเพิ่มความคิดสร้างสรรแบบเก๋ๆเข้าไปด้วย

เก๋ no. 1

เก๋ no. 2 จัดสีผ้าได้ถูกใจเรามาก

เห็นแล้วอยากไปปารีส

ดินสอเต็มไปหมด เก๋อีกล่ะ

Doggie Doggie

ลายเบสิกออกมายังน่ารัก

เบสิกแต่มีความหมาย

lots of hearts

คละสีแต่ลายเดียวกัน

งานนี้ช้างเยอะนะคะ

ควิล์ทของคนที่เข้าร่วมโครงการเยอะมาก

นอกเหนือจากควิล์ทที่โชว์แล้ว อีกอย่างนึงที่ทำให้ใจแวบไปก็แวบมาคือ… ร้านที่เข้ามาขายของในงานนั่นเอง อยากก็อยากจะไปเดินดูของ ต้องหักห้ามใจไว้ตลอด เพราะแต่ละร้านคนต่อแถวรุมกันซื้อซะเหลือเกิน

และแล้วก็ทนไม่ไหวต้องขอแวบไปดูซะหน่อย เค้าขายสารพัดจริงๆ ตั้งแต่จักรเย็บผ้าไปจนถึงของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนถึงกิโมโน บูธที่ขายจักรเย็บผ้ากึจะโชว์จักรรุ่นใหม่ๆที่ทำอะไรต่ออะไรได้อน่างสารพัดนึกและเปิด workshop เล็กๆในงานเลยให้คนร่วม คนร่วมเต็มทุกบูธเลยคะ และฝีมือของแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา เห็นบูธของ Bernina ยังคิดถึงเพื่อนเราเชอรี่ไม่รู้ป่านนี้ปัดฝุ่นเอาจักรออกมาแล้วหรือยัง 555 ได้ข่าวว่าเก็บไปตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม

จักร Bernina ดูไฮเทคเกินห้ามใจ

เราชอบบูธของ Brother ด้วย จักรดูสุดยอดเหมือนกันเลย แถมยังมีจักรปักสีชมพู

ของ Brother ก็ใช่ย่อย

นี่ไงจักรปักสีชมพู

บูธของ Juki อะไรก็ไม่เท่ห์เท่าจักรเก่าที่เอามาโชว์ อันนั้นสวยคลาสสิกสุดยอดแล้ว

อันนี้ชอบที่สุดเลย

ผ่านไปก็เป็นบูธอุปกรณ์เย็บผ้า สารพัดอุปกรณ์ที่เราเคยเห็นกับไม่เคยเห็นรวมกันอยู่ที่นี่หมด ที่น่าสนใจที่สุดก็บูธของ Clover ที่ขนเอาอุปกรณ์แทบทุกอย่างมา แต่ส่วนของกรรไกรน่าสนใจที่สุด มีมาให้เลือกเป็นสิบๆแบบตั้งแต่แพงจนแพงมาก

บูธ Clover คนแน่นตลอดเวลา

บูธอุปกรณ์สำหรับเย็บกระเป๋าก็ไม่น้อยหน้ามาหลายบูธเลย อุปกรณ์แบบเพียบ หูกระเป๋าเป็นร้อยแบา ซิบ ตัวต่อจากซิบลายน่ารักๆก็เพียบ (อันนี้ขอซื้อมานิดเดียวเพราะปีนี้ตั้งใจว่าจะไม่ลงกระเป๋ามากเท่าไหร่)

ร้านนี้ที่ได้มาเป็นของฝากให้เพื่อนๆ

ร้านข้างๆนอกจากขายอุปกรณ์แล้วยังมีอาจารย์นั่งแจกลายเซ็นให้กับทุกคนที่ซื้อหนังสือของแก

และบูธที่น่าสนใจที่สุด ให้ทายว่าคืออะไร… ใช่แล้วบูธขายผ้านั่นเอง แต่..แต่..น่าเสียดายที่เกือบครึ่งขายผ้าจากอเมริกา เรารึไปนู่นเพราะอยากซื้อผ้าญี่ปุ่นแต่ดันขายผ้าอเมริกาซะเยอะ แต่ก็ยังมีบูธขายผ้าญี่ปุ่นให้ชื่นใจหลายบูธอยู่เหมือนกัน แต่..แต่่..อีกล่ะ ก็ผ้าญี่ปุ่นอย่างท่ีเราชอบน่ะไม่ได้มีเยอะเท่ากับผ้าญี่ปุ่นสีทึมๆยอดนิยมที่เค้านิยมกันเลยต้องเดินหาจนขาขวิดอีก สุดท้ายก็ได้นะคะ ซื้อจนเริ่มถือไม่ไหวแล้วก็ต้องหยุดเพราะทั้งเสื้อหนาวที่ใส่เข้าไ่ตั้งหลายชั้น เสื้อโค๊ต กระเป๋า กล้องถ่ายรูป พอรวมกับของที่ซื้อแล้วแบบว่า..หนักอ่ะ

ยังมีบูธของ Moda มาเองเลย แต่งบูธลายผีเสื้อแบบสวยมากกกก ผ้ามาขายก็ตรึม แต่ความตั้งใจของเราคือ ซื้อผ้าญี่ปุ่น! งานนี้เลยต้องทำใจ..อดได้

Back Drop ของ Moda สวยจริงๆนะ

ผ้าของ Moda เพียบเลยค่ะ

เรายังอยากได้ผ้าลูกไม้สวยๆ kit ทำกระเป๋า applique ลายกระต่าย ด้ามร่มที่ต้องเย็บผ้าตัวร่มไปประกอบติดกันเอง จักรเย็บผ้าโชว์ตัวเล็กๆ (มีเจ้านึงเค้าขายจักร Singer ตัวเล็กมากแบบโบราณน่าสนสุดๆด้วย) ผ้ามัดย้อมแบบบาติกแต่สีจ้าบวัยรุ่นสุดฤทธิ์ … แต่ไม่ไหวแล้วถือไม่ไหว เลยอดไปหลายรายการ

ลายปักน่ารัก ลายโปรดของเราเลย

อันนี้ก็น่ารักร้านนี้ขายลูกไม้ทั้งร้าน

กระเป๋ากระต่าย น่ารักทุกใบเลย

 

พูดเรื่องร้านเรื่องชอปปิ้งนียังคุยได้อีกยาว 555 ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนเรื่องใหม่เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะเขียนตอนต่อไปที่มีสาระมากกว่านี้ดีกว่า เป็น theme ที่งานเค้าโชวล้วก็งานของอาจารย์ดังๆ ดูกันว่าเค้าสร้างสรรได้ขนาดไหนนะคะ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ

The Sweetest Side of Me By Nida White

Tokyo International Quilt Festival 2012.. Part 1

หนึ่งในควิล์ทน่าทึ่งที่งาน

หลังจากรออย่างจดจ่อในที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ถึงเวลาที่จะบินไปงาน Tokyo International Quilt Show 2012 ที่โตเกียว เครื่องลงที่โตเกียวตอน 7.30 น. ของวันเสาร์เราก็รีบต่อรถบัสเข้าเมืองกว่าจะถึงโรงแรมก็ประมาณชั่วโมงนึงค่ะ ประมาณว่ากว่าจะเช็คอินเสร็จขึ้นห้องก็ประมาณเกือบ 9 โมง ได้อยู่ห้องที่หันหน้าเข้าโตเกียวโดมสถานที่จัดงานพอดีเลย

โตเกียวโดมใหญ่มากอยู่ทางด้ายซ้ายมือ

แต่ว่าวันเสาร์อากาศอึมครึม ฝนปรอยๆตลอดเวลาและหนาวสุดยอดเลย มองลงไปโอ๊ะเพิ่ง 9 โมงเองคนเริ่มต่อคิวกันแล้วหรือนี่ ไม่ได้การแล้วเราเลยต้องรีบวิ่งแจ้นไปทานอาหารเช้าแล้วรีบดิ่งไปที่งานทันที และอย่างที่เห็นจากโรงแรมหน้างานคนเยอะจริงๆๆๆๆๆ มีแต่ผู้หญิงทั้งน้านนนนน แทบไม่เห็นผู้ชายเลย และเป็นคนญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ พอเข้าไปได้แล้วค่อยยังชั่วหน่อยคะเพราะอุ่นขึ้นจมเลย ข้างนอกหนาวได้ใจจริงๆ มองเข้าไปในงานโห… คนเยอะจริงๆ

เห็นคนที่มางานไหมคะ

แผนที่งานแสดง ตรงกลางเป็นงานโชว์ควิล์ท ด้านข้างรอบๆเป็นร้านค้าที่มาออกร้านขายของ

เราก็เริ่มเลยจากไปดูควิล์ทที่เค้าโชว์ เสียดายที่คำบรรยายประกอบไม่มีภาษาอังกฤษเลย มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ไม่งั้นคงจะรู้เรื่องมากกว่านี้ แต่ว่าแต่ละชิ้นที่เอามาโชว์สุดยอดมากๆๆๆๆ เกิดมาไม่เคยเห็นงานผ้าที่สวยขนาดนี้มาก่อน ทุกผืนที่โชว์มีแต่คนถ่ายรูปเต็มไปหมดเลยค่ะ ลองดูรูปข้างล่างนะคะ

หนึ่งในควิล์ทโปรดของเรา

อันนี้เราก็ชอบ

ผืนนี้น่ารักมาก ทำ applique ทั้งผืนเลย

งานบางอันก็ทำออกแนวสมัยใหม่ บางอันก็ทำตามแบบดั้งเดิมที่เคยทำกันมาแต่งานสวยและละเอียดแบบไม่น่าเชื่อ (อีกแล้ว) ^.^

ผืนนี้สุดยอด ใช้ไหมเป็นประกายระยิบระยับพอโดนไฟส่องเป็นประกายทั้งผืนเลย

อีกมุมนึงของผืนสุดสวย

งานละเอียดจริงๆเลยค่ะ ไม่มีช่องว่างที่ไม่ได้เย็บลายควิล์ทเลย

ผืนระยิบระยับนี้คนรุมถ่ายรูปกันเยอะเลยค่ะ คนญี่ปุ่นด้วยกันเองยังร้องว้าวกันไม่หยุดเลย พอถ่ายรูปผืนนี้เสร็จหันไปดูอีกผืนนึงก็มาอีกแนวนึงไปเลย สมัยใหม่มากๆแต่ก็เหมือนเดิม ละเอียดแบบสุดยอด ยังคิดอยู่เลยว่าใช้มือตัดผ้าหรือใช้เครื่องหรือต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยดีไซน์หรือเปล่าเนี่ย

เป็นควิล์ทที่ดูแปลกมากกว่าที่เคยเห็นมา

ควิล์ทรูปหมาสีน้ำตาล อีกผืนนึงที่งานแบบ...สุดยอด

แล้วก็มีควิล์ทที่ไม่ได้ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนปกติทั่วไป แต่ทำมาในรูปทรงอื่นๆที่ออกมาแล้วก็ยังสวยอยู่ดี

เหมือนใบบัวเลยค่ะ แต่สีและรูปทรงออกมาเข้ากันได้อย่างดีมาก

ผืนนี้มหัศจรรย์เหมือนกัน ผ้าแต่ละผืนต่อกันด้วยโครเชต์ รายละเอียดควิล์ทของผ้าแต่ละผืนก็สวยมาก

ลายหัวใจทั้งผืนเอามาต่อเข้าด้วยกันโดยไม่มีแผ่นหลังยึดแล้วทำ applique เหมือนทั่วไป

ทีนี่เราเลยเก็ยภาพของรายละเอียดงานควิล์ทที่เค้าเย็บกันในแต่ละผืน ลองดูกันนะคะแล้วจะร้องว้าวเหมือนเราหรือเปล่า

รายละเอียด 1

รายละเอียด 2

รายละเอียด 3

รายละเอียด 4

รายละเอียด 5

เห็นแค่นี้แล้วก็หัวใจพองโต ถ้าเค้าทำงานได้ละเอียดแบบนี้ เราจะยอมได้ยังไง … อันนี้ต้องเอาชนะความขี้เกียจก่อนด้วยนะคะ ^.^ แต่ว่าเหอะผู้หญิงญี่ปุ่นทุกคนที่เข้ามาดูงานนี้ท่าทางทุกคนเอาจริงเอาจังจังเลย แบบว่าไม่ได้มาเดินอยู่เล่นๆแต่ดูอย่างเอาจริงเอาจัง เหมือนเวลาไปพิพิธภัณฑ์ที่ดูภาพโชว์แล้วต้องมีการถกกันในรายละเอียด เราว่าส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมด้วยนะคะที่ทำให้เค้ามุ่งมั่นกันได้ขนาดนี้ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะเขียนต่อถึงบรรกายาศของงานในส่วนอื่นๆอีกค่ะ

 

 

 

The Sweetest Side Of Me by Nida White

After The Busy Day Gone

Baby B ชุดใหม่ น่ารักเป็นที่สุด

 

สองอาทิตย์ที่กลับมา โห ยุ่งเป็นที่สุดเลยคะ หันมามองบล็อคตัวเอง แต่ไม่มีเวลาแม้กระทั่งมานั่งเขียนเลย มือคันๆๆๆมาตลอด วันนี้วันแรกของทั้งอาทิตย์ที่รู้สึกว่าไม่ยุ่งแล้ว เพราะงานเสร็จหมดแล้ว เย เย เย! ก็ได้กลับมาเขียนบล็อคอีกที ช่วงเวลาเกือบ 2 เดือนที่อยู่กรุงเทพฯเป็นช่วงเวลาที่เราชอบมาที่สุดเลยคะ ได้ทานอาหารที่อยากทานมานาน ได้เจอเพื่อนที่คิดถึง และได้เจอเพื่อนใหม่ๆ และก็ได้ทำงานที่ชอบ วันนี้เลยขอรวบเรื่องราวดีๆที่ได้มีในช่วงที่ผ่านมาซะหน่อยนะคะ

 

นักเรียนรุ่นแรกที่เข้าร่วมคลาสกับเรา

คลาสเรียนที่เรียนกันสบายสบาย

ถ่ายรูปหมู่หลังจากงานเสร็จ

 

เรื่องคลาสสอนเย็บหมอนนี่เพื่อนๆคงทรายรายละเอียดจากหน้า Facebook ของเราแล้วใช่ไหมคะ แต่จะขอบอกอีกรอบว่าเป็นคลาสที่เราประทับใจมากๆเลยคะ เพราะเป็นคลาสที่ทั้งทาง Janome ให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่ให้กับพวกเรา เลยทำให้เรามีห้องเรียนแสนเก๋และสวยบรรยากาศสุดดีมาให้เราเรียนและสอนกัน และก็เพื่อนใหม่ที่เราพบวันนั้นน่ารักกันทุกคนมากเลยคะ ทุกคนมีความตั้งใจกันมาก และแต่จะคนก็มีจุดเด่นของตัวเอง ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างมากกว่าเรา อีกหน่อยเราน่าจะเวียนเปิดคลาสให้เพื่อนๆสอนเราบ้าง วันนั้นผลงงานของทุกคนที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนมีความสุขกันถ้วนหน้าคะ

 

เค๊กวันเกิดของพ่อลูกๆหลานๆช่วยคุณตาเป่าเทียนเค๊กวันเกิด

 

ในช่วงทริปนี้เราก็ได้ฉลองวันเกิดของพ่อเราด้วย วันนั้นแกก็ดีใจมากๆที่ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า และก็ขาดไม่ได้ก็ต้องมีเค๊กวันเกิดด้วยใช่ไหมคะ งานนี้มีหรือจะพลาดเค๊กก็ต้องเข้ากับทีมของเราใช่ไหมคะ คัพเค๊กรูปมาช่านั่นเอง เราก็ของให้ฝนจาก Fin-ish Me Cupcake ช่วยปั้นมาช่าให้เราหน่อย โดยเราสองคนทำ barter กัน เราทำหมอนให้ฝน ฝนทำเค๊กให้เรา 555 ออกมาก็แฮปปี้กันทั้งคู่

 

รวมรูปหมู่เด็กอินเตอร์

 

ทริปนี้นอกจากเราจะได้เจอเพื่อนใหม่แล้ว ลูกเราก็มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ด้วย ตัวเล็กตัวน้อยน่ารักกันจริงๆ พากันไปเล่นที่ Funarium เล่นกันแบบมันส์สุดๆจนไม่อยากกลับบ้านกลับช่อง

ล่องเรือที่อัมพวา

แล้วก็ต้องแวะที่หัวหินซะหน่อย

 

และทริบกรุงเทพฯนี้เป็นทริบที่เราทำมาช่าได้เยอะที่สุดด้วยคะ กลับมาบ้านมานั่งคิดว่าทำไปเท่าไหร่หนอ โห ทำตั้ง 32 ตัว ทำหมอนอิงที่บ้านอีก 4 ใบ และทำ Baby B 1 ตัว และหมอนที่ใช้ทำโชว์ในคลาสอีก 2 รวมทั้งสิ้น 39 ใบ (ทำได้ไงเนี่ย)

กองทัพมาช่าที่ทำที่กรุงเทพฯ

 

และทริบนี้ก็ซื้อของกลับบ้านเยอะมากเลย ตอนขากลับกระเป๋าที่โหลดตั้ง 7 ใบรวมกระเป๋าจักรเย็บผ้าด้วย แต่ไม่สามารถกลับและจัดการได้ด้วยตัวเอง เพราะเดี้ยงคะ หัวเข่าเดี้ยงเลยต้องอาศัยน้องชายช่วยลากกระเป๋ากลับมาให้ด้วย

เดี้ยงตอนกลับ 555

 

แต่อย่างไรก็ดี ถึงจะเดี้ยงแต่ใจยังรักทำงานนะคะ กลับมาช่วงสองอาทิตย์นี้ก็เริ่มทำงานเหมือนเดิม แถมยังประหลาดใจที่ speed ในการทำงานดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในสามวันสามารถทำมาช่าได้ตั้ง 14 ตัว โห ภูมิใจมากๆเลยคะ

กองทัพรอบสองเตรียมตัวบินกลับเมืองไทย

 

Baby B ก็จะกลับด้วยคะ

 

วันนี้เดี๋ยวเราก็จะไปส่งมอบมาช่ากะ Baby B ให้เพื่อนเราเอากลับไปเมืองไทยด้วยคะ ใครสั่งตัวไหนไว้รอรับนะคะ และหวังว่าทุกคนคงจะรักมาช่าและ Baby B นะคะ

ผ้าของ Sarah Jane

Erin McMorris

Happy Mochi Yum Yum

Sugar Flower

 

โชว์ผ้าที่เราถ่ายขึ้นไปบน Facebook ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้วันอาทิตย์อีกแล้ว อิอิ วันนี้จะขึ้นผ้าของใครดีน่า ลองติดตามที่หน้า Facebook กันบ่ายนี้นะคะ

 

 

 

The Sweetest Side Of Me By Nida White

 

 

I’m Back…

ขอโทษค่า หายไปนานแสนนาน (ตามความคิดเรา) ช่วงที่ผ่านมาเร่งรีบตัด เย็บ ประดิษฐ์น้องมาช่าตามคะขอของเพื่อนๆที่เข้ามาล้นหลามประกอบกับอาทิตย์หน้าก็ต้องกลับสิงคโปร์แล้ว ทุกอย่างเลยดูวุ่นๆ แต่ก็วุ่นจริงๆคะ แต่วันนี้หลังจากเย็บมาช่าตัวสุดท้ายของออเดอร์นี้หันหลังกลับไปดู โอ้โหมาช่าเต็มบ้านไปเลยคะ

 

มาช่า 16 ตัวโพสท่าให้ถ่ายรูป

 

แต่ที่เห็นนี้ยังไม่เสร็จนะคะ เหลือขั้นตอนติดกิ๊บดอกไม้ และทาบลัชออนอีกคะ ภายในวันสองวันนี้ต้องเสร็จ (อันนี้พยายามบอกตัวเอง) แต่เพื่อนๆว่าไหมคะมาช่าชุดนี้สีสันสดใสคละกันไปได้อย่างดี มีทั้งหวานและเปรี้ยว จรงิๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าแค่ collection เดียวทำหลายๆตัว แต่ใช้ผ้าต่างดีไซเนอร์กันไปก็ออกมาสวยได้เหมือนกันใช่ไหมคะ

 

ตอนนี้กองทัพเราเลยมีตั้งหลายขนาด ตั้งแต่ จัมโบ้ ใหญ่ กลาง และเล็ก พอเอามาเรียงกัน(ไม่ใช่อย่างในรูปนะคะ) มันน่ารักจริงๆคะ และก็อีกอย่างเดี๋ยวนี้พัฒนาการการวาดหน้าของเราก็ดีขึ้นด้วย ไม่ได้วาดไม่เป็นเรื่องเหมือนตอนใหม่ๆที่เพิ่งเริ่มทำ

 

ตัวจิ๋วๆหลายอารมณ์

 

และก็อีกอย่างวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เราน่ะตื่นเต้นมากเลยที่จะได้เจอเพื่อนๆก่อนเรากลับด้วย เราจะนัดเจอกันที่ Sewing Lovers’ Club ที่ The Mall 3 รามคำแหง มาเจอมาเรียนเย็บผ้ากัน เป็นครั้งแรกที่เราจะได้สอนเพื่อนใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย แต่ว่ารู้สึกสนิทสนมกันผ่านทางหน้า Facebook โลกออนไลน์นี่ก็สร้างเพื่อนใหม่ๆที่น่ารักให้เราได้อีกเยอะเลย งานนี้กะว่าจะให้น้องที่ทำงานไปด้วยไปเก็บภาพมาเยอะๆจะได้เอามาโชว์กันด้วยคะ

 

สถานที่จัดเรียนน่ารักมากเลยคะ

 

งานนี้ต้องขอบคุณเพื่อนหน่อยของเราที่ประสานงานให้เรากับทีม Janome และ Janome ก็ใจดีเป็นที่สุดเอื้อเฟื้อสถานที่ให้เราได้เจอกับเพื่อนๆกันด้วยนะคะ ที่ร้านเค้าน่ารักมากมาย เข้าไปแล้วรู้สึกว่าใช่เลยเป็นห้องเรียนที่น่าเรียนเป็นที่สุด

 

และแล้วด้วยความตื่นเต้นเราก็เริ่มจัดอุปกรณ์ให้เพื่อนๆแล้วด้วยคะ จริงๆแล้วจัดผ้าและลายผ้าที่เราคิดว่าน่าจะเหมาะกับแบบที่เราจะทำแล้ว พรุ่งนี้คงจะจัดได้เยอะกว่านี้อีก

 

โทนสีถูกใจคุณครู

 

ใครที่ไม่ได้ไปร่วมงานนี้ช่วยส่งกำลังใจให้ครูมือใหม่ และเพื่อนๆมือใหม่ที่จะจอยกับเราด้วยนะคะ ถ้าครั้งนี้สำเร็จได้สวยงาม คงได้มีรอบสองอีกครั้งตอนที่เรากลับมาเมืองไทยรอบหน้าแน่ๆคะ

 

แล้วจะโพสรูปให้ดูกันนะคะ

 

 

The Sweetest Side Of Me By Nida White

Baby B and My Masha

Baby B

 

สวัสดีค่า ไม่ได้เข้ามาเขียนบล๊อคตั้งหลายวันเพราะแอบหนีไปเที่ยว อาทิตย์นี้เพิ่งจะได้ไปเที่ยวตั้งแต่กลับมาเมืองไทย เพราะตอนนี้สมาชิกในบ้านมาที่นี่กันครบทีมแล้ว เดี๋ยววันศุกร์จะแอบไปอัมพวาอีกเพราะติดใจกับบรรยากาศที่นู่นมากๆๆ แต่วันนี้ อิอิ เราทำ Baby Babushka เสร็จแล้ว เป็นโปรเจคที่ปิดเงียบไม่ได้บอกใครมาก่อน วันนี้เลยตั้งใจอยู่บ้านทั้งวันเลยเพื่อทำให้เสร็จ เห็นตัวเล็กแค่นี้ สูงแค่ 10 เซนต์เองแต่ใช้เวลาเกือบทั้งวันเลยคะ  Baby Babushka หรือเรียกสั้นๆว่า Baby B เป็นตุ๊กตาตัวแรกที่เราทำที่ไม่ใช่หมอน เสร็จออกมาแล้วชื่นใจมากๆเลย

 

แค่หน้าก็น่ารักแล้ว

 

โปรเจค Baby B ครั้งนี้ตั้งใจจะให้ Baby B ออกมาเป็นสีหวานๆทั้งหมดเลย สีแจ่มๆแบบ Masha จะไม่มีใน Baby B นะคะ เพราะเดี๋ยวคนจะติดใจแต่สีสดอย่างเดียวไม่สนใจสีหวานๆอีก เราก็ดูผ้าที่เรามีที่นี่ผ้าของ Tanya Whelan เหมาะที่สุดที่จะทำ Baby B เค้าทำผ้าออกมาได้หวานถูกใจเราจริงๆ ตอนแรกไม่อยากจะแกะมาใช้เลย แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจแกะออกมาเพราะเค้าเหมาะที่สุดแล้ว

 

ชิ้นหน้าตอนที่ทำเสร็จแล้ว

 

งานนี้ได้ลองทำระบายด้วยโดยใช้จักรเย็บก่อนแล้วก็รูดให้เป็นระบาย ทำได้ไม่ยากเลยคะ แค่ตั้งนะยะเข็มให้ห่างมากที่สุดพอเย็บเสร็จก็ดึงด้ายรูดให้เป็นระบายทั้งสองด้านแค่นี้ก็เรียบร้อย แต่ต้องรูดเบาๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวด้ายขาดต้องเย็บใหม่กันพอดี

 

พอพูดเรื่อง Baby B แล้วก็อดพูดถึงน้อง Masha ไม่ได้ เพราะช่วงหลังที่ผ่านมามีเพื่อนสั่งเราทำ Masha เยอะเลยคะตั้งแต่ออก Masha หลายๆขนาดออกมา แต่มาช่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือมาช่าที่ใช้ผ้าของ Michael Miller – Gypsy Bandana ตอนนี้เราเลยต้องสต๊อกผ้าของเขาไว้เยอะหน่อย เพราะยังต้องทำอีกเรื่อยๆ

 

ผ้าของ Gypsy Bandana ที่เตรียมไว้ตอนนี้

 

น้องมาช่าตอนนี้เรามีสองใบแต่เราไปไหนก็เอาไปด้วย แล้วก็ถ่ายรูปเค้ากับหลายๆที่ที่เราไปด้วย เลยทำให้เรานึกถึงคนที่สะสมตุ๊กตา Blythe แล้วเอาไปเที่ยวกะถ่ายรูปด้วยทุกที่ เราว่าถ้าเพื่อนๆที่ได้ตุ๊กตาของเราแล้วเอาไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆที่ไปแล้วเอามาโชว์กันคงจะเป็นกิจกรรมที่สนุกด้วยกันได้อีกแบบนึงนะคะ ใครได้ไปแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันนะคะ

 

รูปนี้ถ่ายตอนไปหัวหิน เอาเค้าสองคนมานั่งเปลญวณชมวิวทะเล

 

รอบหน้าที่จะไปอัมพวาอีกสงสัยเราต้องพาสามสาว ไม่ใช่สองสาวแล้วคราวนี้ไปเที่ยวกับเราด้วย ไม่งั้นเดี๋ยว Baby B น้อยใจตาย แต่ Baby B แบบหนักนิ้ดนึงเพราะเค้าเป็นตุ๊กตาแบบตั้งได้ รู้ไหมคะว่านอกจะมีใยสังเคราะห์อยู่ข้างในแล้วยังมีอะไรอีก มีข้าวสารคะ 555 เพราะต้องทำให้เค้าหนักนิดนึงถึงจะตั้งได้ ไว้ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะขึ้นวิธีการทำให้ดูนะคะ เผื่อใครจะได้เอาไปลองทำดูบ้างดีไหมคะ

 

Baby B กับเพื่อนๆ

 

แล้วเจอกันใหม่บล๊อคหน้านคะ ตอนนี้เริ่มดึกแล้ว นอนหลับฝันดีกันทุกคนนะคะ ByeBye ค่า

The Sweetest Side Of Me By Nida White

 

 

Such a Beautiful Day

ใครเห็น Double Hourglass ของเราจาก facebook แล้วบ้างคะ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ง่ายจริงๆ พรุ่งนี้เราจะขึ้นวิธีการทำให้นะคะ

20110707-101320.jpg

ตอนนี้เราตัดสินใจแล้วคะสำหรับทริปกรุงเทพฯของเรารอบนี้เราจะทำงานชิ้นนี้ด้วย theme สีแดง สีที่อยากทำมานาน 🙂

20110707-101855.jpg

วันนี้เป็นวันกิจกรรมอีกวัน แต่เป็นกิจกรรมของลูกอีกแล้ว แต่เป็นกิจกรรมน่ารักของเด็กๆ มีเด็กหลายๆคนมาเรียนบัลเล่ท์ปิดเทอม เด็กๆไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ไม่ใช่ชาติเดียวกันด้วย แต่พอเรียนคลาสเดียวกันกลับกลายเป็นเพื่อนกันได้เร็ว สื่อสารกันได้ หัวเราะด้วยกันได้ น่ารักจริงๆคะ

20110707-102440.jpg

20110707-102515.jpg

20110707-102458.jpg

20110707-102525.jpg

แต่เสียอย่างเดียวหลังจากคลาสแล้ว ขับรถกลับบ้าน รถติดเหลือเกิน ถ้ากรุงเทพฯรถติดน้อยกว่านี้… ไม่อยากจะนึกถึง… ชีวิตคงจะสบายสุดๆ

แฮะ แฮะ ไม่เอาละกลับมาฝันหวานต่อดีกว่าว่าวันนี้ผ้าใหม่ที่ได้มาจะออกมาเป็น Double Hourglass ที่สวยได้ขนาดไหน

20110707-103243.jpg

The Sweetest Side of Me By Nida White

Sewing Class with Friends

ก๊วนเพื่อนโรงเรียนที่ยังรักกันเหนียวแน่น

 

เมื่อวานที่ผ่านมามีเพื่อนๆมารวมตัวกันที่บ้านสิบกว่าคน จุดประสงค์หลักเพื่อเรียนเย็บผ้า และแต่ละคนถืออาหารมาคนละไม้ละมือ มีทั้งอาหารที่ตั้งใจทำกันมาให้เพื่อนๆทานกันแล้วยังมีอาหารที่ขาดไม่ได้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ทานมานาน นั่นคือ ส้มตำ หมูน้ำตก คอหมูย่าง ฯลฯ จริงๆแล้วสรุปกันหลังจากที่เจอกันทีมกินมีมากกว่าทีมเย็บ ทีมกินนอกจากจะหม่ำอาหารกันตลอดเวลาแล้วยังเป็นทีมสนับสนุนทีมเย็บกันด้วยแบบว่าถ้าทีมเย็บทำอะไรสำเร็จขึ้นมาชิ้นนึงแล้วทีมสนับสนุนจะวิ่งมาเฮกัน และรุมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

 

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่บ้านเราจัดการชุมนุม เพราะตั้งแต่ซื้อบ้านมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศยังไม่มีโอกาสต้อนรับแขกๆที่บ้านมาก่อนเลย เจ้าบ้านเลยเกิดอาการประหม่าเล็กน้อยว่าบ้านจะโอเคเพื่อนต้อนรับแขกๆคนสำคัญหรือเปล่า แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

 

เราเริ่มเย็บหมอนกันตั้งแต่มาถึง สรุปแล้วมีนักเรียนดีเด่นตั้งใจเรียนอยู่สี่คน จักรมีสองตัว เมื่อวาน Janome คะแนนนำโด่งเพราะ Bernina ไม่ยอมมาด้วย เจ้าของเปลี่ยนใจมากินมากกว่ามาเย็บ 😉

 

เมื่อวานมี 3 แบบที่เพื่อนสนใจอยากเรียน Wheel Pillow, Log Cabin Pillow, และ Rail Fence Pillow. เพื่อนที่ได้ทำหมอน Log Cabin บอกว่าแบบนี้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ จากคนที่ไม่เคยเย็บจักร ตัดผ้ามาก่อนใช้เวลาทำประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จ  Rail Fence ก็ไม่น้อยหน้า ออกตัวช้ากว่าคนอื่นแต่ก็ทำเสร็จได้พร้อมๆกัน ส่วน Wheel Pillow ซึ่งละเอียดกว่าและงานหลายขั้นตอนกว่าก็เสร็จช้ากว่าคนอื่นเพียงนิดเดียว

 

3 แบบ 4 ใบ

 

เพื่อนๆแต่ละคนตั้งใจกันมาก มีความมั่นใจมากกว่าเราในตอนแรกที่เริ่มหัดเย็บกว่าเรากันทุกคน เราปรับ speed จักรให้อยู่ต่ำหน่อยเพื่อให้แต่ละคนเย็บได้ช้าๆแต่ไม่พลาด งานออกมาเลยสวยทุกใบเลยคะ นอกจากนั้นเมื่อวานยังได้มีโอกาสสอนเพื่อนๆให้ใช้ rotary cutter ด้วย มีแต่คนชอบมากๆ เพราะทำให้งานตัดออกมาได้เร็วและไม่ผิดพลาด ตลกตรงที่เพื่อนคนนึงตั้งชื่อ rotary cutter ว่ามีดหั่นพิซซ่า (คิดได้ไงนิ)

 

ทีมเย็บที่ทำผลงงานออกมาได้สวยแจ่ม

 

ทั้งเย็บ ทั้งกิน ทั้งเมาท์อยู่กันไปกันมาตั้งแต่เที่ยงจนมึดค่ำเลยคะ นอกจากนั้นยังมีการมอบหมอนสำหรับคนที่เราเคยสัญญาว่าจะทำให้อีกด้วย ทำเหมือนเป็น event มอบของรางวัลอะไรอย่างนั้น สนุกดีคะ ถ่ายรูปกันซะหนำใจไปเลย นอกจากเพื่อนเป็ยผู้โชคดีที่ได้หมอนแล้วยังเป็นที่อิจฉาตาร้อนของคนที่ยังไม่ได้อีกด้วย เลยกลายเป็นงานแย่งหมอนกันไปอีกงาน

 

เจ้าของ Roxy Foxy คนใหม่แต่ถือมาช่ามาถ่ายรูป

 

เจ้าของมาช่าที่ใช้ผ้าของ Amy Bulter โดยเฉพาะ

 

พอใกล้ค่ำหลังจากที่เย็บเสร็จหายเหนื่อยกันเรียบร้อยแล้งก็ถึงเวลาถ่ายรูป ถ่ายกับถ่ายแบบ non stop แต่เราก็ได้รูปที่ถ้่ยกับนักเรียนดีเด่นมาอวดด้วยนะคะ

 

นักเรียนดีเด่นทั้งสี่คนรวมคุณครู

 

ท้ายสุดขาดไม่ได้ก็ต้องมีรูปหมู่ก่อนกลับอีกที

ก่อนกลับต้องรวมรูปหมู่

 

จบงานนี้แล้วเริ่มมั่นใจขึ้นมาหน่อยแล้วคะว่าน่าจะสอนเย็บได้ เดี๋ยวกำลังใจมามากกว่านี้จะเปิดคลาสเล็กๆสอนเพื่อนๆคนอื่นที่สนใจมาเย็บกับเราซักครั้งสองครั้งดีไหมคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

 

I’m home …. Happy Happy.

ถึงบ้านแล้วค่า

ในที่สุดก็กลับบ้านแล้ว รู้สึกดีจริงๆคะ หลังจากวุ่นหัวปันแพ๊กของ จัดบ้านที่นู่นให้เรียบร้อย ขนของแบบเยอะมาก 6 กระเป๋าใหญ่ สองในนั้นเป็นกระเป๋าใส่จักร Janome ตัวโปรด และอีกหนึ่งเป็นกระเป๋าใส่อุปกรณ์ซึ่งใบนั้นหนักตั้ง 28 กิโล 555 อะไรจะหนักขนาดนั้น แต่ก็ถึงบ้านอย่างเรียบร้อยเมื่อวันเสาร์เย็น

เมื่อวานวันอาทิตย์อดไม่ได้ตามนิสัยเดิมๆ ขอแวบออกไปร้านผ้านิ้ดนึง อยากรู้ว่าเค้ามีอะไรใหม่ๆมาบ้างหรือเปล่า เพราะเราชอบผ้าของญี่ปุ่นเหมือนกันคะ ลายเค้าจะน่ารัก หวานๆ จุ๋มจิ๋มดี เราชอบร้านที่ K Village เค้าชื่อ Fabric@Play มีของหลายๆอย่างขายด้วยนอกเหนือจากผ้า และก็นอกจากผ้าญี่ปุ่นแล้วก็มีผ้าไทยขายด้วยราคาไม่แพงและสวย น่ารักสุดๆตั้งหลายแบบ เมื่อวานก็เลยได้มาเพราะตั้งใจว่าจะกลับมาทำหมอนให้บ้านที่เมืองไทยด้วย ขอโชว์รูปให้ดูนิดนึงนะคะ

โทนแดง ชมพู

โทนฟ้า

Fat Quarter ลายน่ารักๆ

หลังจากได้ผ้าแล้ว อุปกรณ์ก็ต้องเริ่มติดตั้งใช่ไหมคะ ก็เลยแอบไปขนโต๊ะจาก office เอามาจัดมุมเย็บผ้าที่บ้านทันทีด้วยความเห่อ มุมเล็กมองออกไปเห็นสนามบ้านเราแบบที่อยากได้มานาน และก็พร้อมเย็บแล้วคะ

มุมเย็บผ้า

แต่ยังไม่ได้เริ่มเย็บเลยน่ะคะ เพราะวันนี้ต้องไปสยามพารากอน สัญญากับลูกว่าจะให้เค้าไปดูปลากับคุณตาคุณยาย และต้องไปทำงานที่นู่นนิดหน่อย แต่สิ่งที่ดีที่ได้ไปเพราะทำให้เราได้แวะไปร้านหนังสือ Kinokuniya ด้วย ที่ร้านนี้เราชอบมากเพราะจะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเย็บผ้าค่อนข้างเยอะกว่าที่อื่น เลยได้มาอีกสามสี่เล่ม และก็ยังมีอีกหลายเล่มที่อยากได้ แต่เอาไว้ก่อนล่ะกันคะ

อันนี้ที่ได้มาจากร้าน Kino วันนี้

หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการเย็บผ้ามีเต็มไปหมดเลยคะ

เล่มนี้น่ารัก เห็นแล้วอยากเย็บผ้ากันเปื้อนหลายๆแบบมาขึ้นเว็บจัง

แฮะแฮะ โชว์ของเสร็จแล้ว สัญญาคะว่าพรุ่งนี่้จะเริ่มทำงานแล้วคะ แล้วจะเอามาโชว์ให้ดูนะคะ

The Sweetest Side of My By Nida White

Angry Bird or Angry Me?

20110622-030927.jpg

ตอนนี้ไปที่ไหนก็มีแต่ตุ๊กตา Angry Birds ขายเต็มไปหมด เมื่อเดือนกว่าๆไปห้าง Takashimaya เห็นวางโชว์แต่ขึ้นป้ายว่า sold out แต่ตอนนี้มีไปซะทุกที่เลย จากตอนแรกว่าจะไม่ซื้อแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ หวังว่าในอนาคตเราคงไม่ซื้อครบเซ็ทนะ

เมื่อเช้าเอารูป Angry Birds ขึ้น Facebook มีเพื่อนถามว่าจะลองเย็บหรือเปล่า เราก็เลยลองเสิร์ทหาดูในเว็บว่มิสกรีทำ pattern สอนเย็บเหล่านกน้อยนี้หรือเปล่า ปรากฎว่ามีหลายเว็บเลยคะ ใครสนใจลองเข้าไปดูที่นี่ได้นะคะ – Obsessivelystitching

เมื่อเช้าพอมีเวลาได้นั่งตัดผ้าสำหรับหมอน wheel pillow สองใบและนั่งเย็บหมอนมาช่าได้อีกหนึ่งใบ เลยตั้งใจว่าเมื่อไหร่เริ่มเย็บหมอน wheel pillow จะทำ tutorial วิธีการเย็บขึ้นบล็อคด้วยเผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากทำได้เอาไปทำได้เลยคะ

วันนี้เป็นวันของลูกอีกแล้ว ออกจากบ้านมาตอนสายๆจนตอนนี้จะบ่ายสี่แล้วยังไม่เสร็จเลย เหนื่อยจิงๆ วันนี้พาลูกคนเล็กไปดูโรงเรียนใหม่ที่เค้าจะเริ่มไปเรียนตอนเดือนสิงหาด้วย ลูกท่าทางจะชอบโรงเรียนนี้เพราะของเล่นเยอะดี เรียกให้กลับเท่าไหร่ก็ไม่ยอมกลับ

20110622-060913.jpg

หลังจากนั้นก็พาไปหาหมอต่อ รอ ร้อ รอ เมื่อไหร่จะได้เจอหมอ รวมเวลานั่งรอทั้งสิ้นเกือบสองชั่วโมง ระหว่างนั่งรอไปใจก็คิดไปถึงผ้าที่เพิ่งได้มาใหม่เมื่อวาน (อีกแล้ว) ว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้อยากกลับไปทำผ้าห่มสวยๆอีกผืน หลังจากหมอนรอบนี้ที่ยังค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับไปทำผ้าห่มอีกรอบ

20110622-062108.jpg

20110622-062133.jpg

แล้ววันนี้ของอีกอย่างที่สั่งไว้ก็มาด้วยคะ ใครชอบหมอนปักเข็มหมุดบ้าง เมื่อเดือนที่แล้วเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเห็นหมอนเข็มหมุดแบบนึงน่ารักมาก สะดุดตาจนต้องสั่ง pattern มาเป็นรูปชิ้นเค๊ก มีคนทำแล้วเอาไปตกแต่งเพิ่มให้มีวิปครีมสวยๆอยู่บนหน้าเค๊กเพิ่ม ยิ่งสวยยิ่งน่ารักเข้าไปกันใหญ่ แต่พอเปิดอ่านวิธีทำ อันนี้ต้งงขอเวลาทำความเข้าใจอีกหน่อย ถ้ามันไม่ยากมากจะแปลเป็นภาษาไทยให้เพื่อนๆมาทำด้วยกัน ดีใหมคะ

20110622-062739.jpg

20110622-062803.jpg

The Sweetest Side of Me By Nida White