My New Fabric Collection

เราเรียกผ้าลายนี้ว่า Mine เพราะเป็น Self Portrait ของเรา

 

หายไปนาน กลับมารอบนี้ขอโชว์ผลงานออกแบบลายผ้าของเรา ส่วนใหญ่มาจากงานสีน้ำที่เราเพิ่งจะเริ่มวาดเมื่อไม่นานมานี้มาปรับให้พิมพ์ลงบนผ้าเพื่อเราจะได้ไปใช้ในงานเย็บของเราค่ะ

โทนสีหวาน

โทนสีหวาน

 

DSC_4044

Rose in Blue

 

DSC_4051

Cotton Candy in Purple

 

DSC_4046

Flure

 

DSC_4032

Cotton Candy in Pink

 

DSC_1411

Sweet Set under The Sweetest Side of Me Collection

 

DSC_1407

Lullaby

 

DSC_1391

Dream

 

DSC_4060

Imaginary

 

Poppy

Poppy

 

DSC_1386

Swirl

 

DSC_1380

Color Delight

 

DSC_4114

I Heart You Collection

 

DSC_4103

Butterfly in Black

 

DSC_4099

Spring Flower in White

 

DSC_4096

Spring Flower in Aqua

 

DSC_4085

Sweet Heart & Love Quote

 

DSC_4081

Sweet Heart

 

DSC_4078

Butterfly in Three Colorways

 

DSC_4076

Love Quote

 

DSC_4068

Vintage Blue Rose in Pink

 

DSC_4066

Vintage Blue Rose in Yellow

 

ผ้าตัวอย่างออกมาน่ารักมากเลยค่ะ ใครชอบลายไหนช่วยบอกเราหน่อยนะคะจะได้ขอเป็นไอเดียเอาไว้ไปสั่งพิมพ์ได้ค่ะ

 

 

nida-white-logo3

The Sweetest Side of Me by Nida White

Advertisements

Let’s sew Drawstring Bag together

ถุงผ้าหลายสีสวยทำได้ไม่ยาก

หลังจากที่เราทำถุงผ้าเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ก็มานั่งคิดว่าทำเป็น Tutorial ให้เพื่อนๆด้วยดีกว่าจะได้ทำถุงผ้าสวยๆไว้ใช้กัน เรามาเริ่มกันเลยดีไหมค่ะ ก่อนอื่นหาผ้าสวยๆมา 3 ผืนนะคะ แล้วมาลองดูว่าเราอยากจะให้ผืนไหนเป็นลายผ้าหลักของถุงผ้าของเรา อันไหนจะเป็นผ้าแต่งตรงหูรูด และตรงไหนจะเป็นผ้าซับใน ผ้าซับในที่เราเลือกเราจะใช้เป็นสายหูรูดของถุงผ้าด้วยนะคะ

แล้วเราก็มาตัดผ้ากัน

– ผ้าลายหลักของเราตัดขนาด 9″ x 10.5″ จำนวน 2 ชิ้น

– ผ้าแต่งตัดขนาด 4″ x 10.5″ จำนวน 2 ชิ้น

– ผ้าซับในตัดขนาด 12.5″ x 10.5″ จำนวน 2 ชิ้น

– สายหูรูดตัดขนาด 32″ x 2″ จำนวน 2 ชิ้น

ตัดเสร็จเราจะได้ผ้า 8 ชิ้นสวยๆแบบนี้ค่ะ

ผ้าที่ตัดเสร็จพร้อมเย็บ

ตอนนี้ก็ถึงเวลาเย็บแล้วนะคะ เอาผ้าเรียงกันตามนี้นะคะ ผ้าซับใน – ผ้าแต่ง – ผ้าลายหลักของเรา – แล้วก็ผ้าลายหลักของเราอีกชิ้นนึง – ผ้าแต่ง – ผ้าซับใน เรียงเสร็จแล้วก็เริ่มเย็บทีละคู่ เสร็จออกมาก็จะเป็นชิ้นยาวแบบนี้ค่ะ

ออกมาเป็นชิ้่นยาวเลยค่ะ

หลังจากนั้นก็พับกลับเอาด้านถูกชนกันเพราะเราจะเย็บให้เป็นถุงผ้าแล้วค่ะ เราจะเย็บปิดทั้งสี่ด้าน เย็บด้านข้างสองข้าง แล้วเย็บด้่านผ้าลายหลักของเรา แล้วก็ด้านผ้าซับใน แต่ด้านผ้าซับในเราจะเหลือที่ประมาณ 3 นิ้วเพื่อกลับถุงผ้าด้านถูกออกมาทีหลัง

อย่าลืมเหลือช่องว่างประมาณ 3 นิ้วเพื่อกลับถุงผ้านะคะ

ส่วนด้านข้างเราก็ต้องเหลือที่เพื่อร้อยสายหูรูดด้วยเหมือนกันนะคะ เราจะวัดจากตะเข็บรอยต่อระหว่างผ้าชิ้นลายหลักกับผ้าแต่งขึ้นไปตรงผ้าแต่ง 1 นิ้ว และใช้ดินสอมาร์กจุดไว้ และทิ้งระยะห่่างของหูรูดไว้ 1 นิ้วเช่นกัน จากนั้นเราก็เย็บด้านข้างได้แล้วค่ะ

กำหนดจุดของหูรูดให้สูงจากตะเข็บระหว่างผ้าลายหลักกับผ้าแต่งประมาณ 1 นิ้ว

เสร็จแล้วเราก็จะเย็บสันกระเป๋าให้กับถุงผ้าเราหน่อยรูปทรงตอนเสร็จจะออกมบสวยงามกว่าไม่ได้เย็บสัน เราจะเย็บทั้ง 4 มุมเลยนะคะ 2 มุมซ้ายขวาที่ผ้าลายหลัก กับ 2 มุมซ้ายขวาของผ้าซับใน

มุมกระเป๋าที่เราจะเย็บสันให้สวยงาม

เราจะจับมุมของถุงผ้าให้เป็นรูปสามเหลี่ยมแบบในรูป เสร็จแล้ววัดระยะจากยอดสามเหลี่ยมลงมา 1.5 นิ้ว กำหนดจุดด้วยดินสอทั้งสองข้างของสามเหลี่ยมจะลากเส้นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก็ได้นะคะถ้ากลัวว่าจะเย็บเบี้ยว หลังจากนั้นก็เย็บเป็นเส้นตรง

จับมุมให้เป็นสามเหลี่ยม วัดระยะจากมุมลงมา 1.5 นิ้ว

เย็บจากจุดซ้ายไปขวา

หลังจากเย็บเสร็จให้ตัดมุมสามเหลี่ยมออกให้เหลือขอบผ้า 1/4 นิ้วจากรอยเย็บ เสร็จแล้วก็ทำเหมือนกันอีกสามมุมที่เหลือ

ตัดมุมสามเหลี่ยมออกหลังจากเย็บเสร็จ

พอเสร็จทั้ง 4 มุมแล้วก็ถึงเวลาที่จะกลับถุงผ้าด้านถูกออกมาแล้วค่ะ พอกลับออกมาแล้วก็จะเห็นใช่ไหมค่ะว่าลายที่เราต่อไว้งดงามเพียงใด หลังจากนั้นเราก็เย็บปิดช่องที่เราเปิดไว้นะคะ ดันซับในกลับลงไปในถุงผ้าแล้วรีดขอบของถุงผ้าไม่ให้ซับในเผยอออกมา จับมุมสันกระเป๋าของถุงผ้าให้ของซับในและผ้าลายด้านนอกให้ซ้อนกันให้เรียบร้อย

หาเข็มหมุดซัก 4-5 ตัวมากลัดด้านบนของกระเป๋าซะหน่อยนะคะ เพราะเราจะเย็บช่องหูรูดกัน ช่องหูรูดของเราจะกว้างประมาณ 1 นิ้วนะคะเพราะฉะนั้น เราจะเริ่มเย็บจากด้านล่างก่อน เย็บจากด้านนึงไปจบอีกด้านนึง เสร็จแล้วก็เย็บขอบหูรูดด้านบน ใช้เส้นด้านล่างที่เย็บแล้วเป็นเกณฑ์

กลัดเข็มหมุดรอบกระเป๋่าก่อนเย็บนะคะ

เริ่มเย็บช่องหูรูดจากด้านล่างก่อน

แล้วก็เย็บด้านบน

แล้วขั้นต่อไปเราก็จะเย็บสายหูรูดกัน เอาผ้าทั้งสองเส้นเย็บปลายผ้าด้านกว้างเหมือนในรูปก่อนนะคะ

เย็บก่อนที่จะทำขั้นตอนต่อไป จะได้ไม่หลุดลุ่ยทีหลัง

จากนั้นก็เอาผ้าสายหูรูดทั้งสองเส้นไปรีด พับครึ่งเพื่อหาจุดกึ่งกลางของผ้าแล้วรีด จากนั้นก็คลี่ออกมา พับปลายผ้าทั้งสองฝั่งเข้าหาจุดกึ่งกลางแล้วรีดอีกรอบหนึ่ง เสร็จแล้วพับผ้าของทั้งสองฝั่งเข้าหากัน รีดอีกรอบ ทีนี้เราก็จะไม่เห็นชายผ้าทีหลุดลุ่ยแล้ว

พับครึ่งหากึ่งกลางแล้วก็พับครึ่งอีกทีนึง

แล้วเราก็เอาผ้าทั้งสองเส้นไปเย็บประกบกันตามความยาวของผ้านะคะ ถ้าระหว่างเย็บใจไม่ลอยไปลอยมาก็จะออกมาได้สวยเป็นเส้นตรงค่ะ

เย็บออกมาสวยงามแล้ว

ทีนี้เราก็พร้อมร้อยสายถุงผ้าแล้วค่ะ หาเข็มกลัดมาหนึ่งตัว กลัดสายเส้นที่หนึ่งแล้วค่อยๆร้อยเข้าไปในช่องหูรูดเริ่มจากด้านขวาก่อนก็ได้นะคะ วนรอบกระเป๋าเป็นวงกลมให้สายออกมาอีกด้านหนึ่ง เสร็จแล้วมัดปมไว้ เสร็จแล้วก็กลัดสายอีกเส้นนึงร้อยเข้าอีกช่องทางซ้ายวนรอบกระเป๋าให้เป็นวงกลมเหมือนเส้นแรกแล้วก็มัดปมอีกด้านหนึีง

เข็มกลัดกลัดที่สายถุงผ้าแล้วค่อยๆสอดเข้าไปในช่องหูรูด

เสร็จข้่างนึงแล้วก็มัดปมไว้ แล้วก็ร้อยอีกเส้นนึงเข้าอีกช่องนึง

แล้วก็เสร็จเรียบร้อย เอาไปรีดอีกซักหน่อยก็จะออกมาสวยงาม เย….เสร็จแล้ว สวยจริงๆเลย เห็นด้วยไหมค่ะ ลองทำกันดูแล้วอย่าลีมเอามาอวดกันหน่อยนะคะ

Drawstring Bag ชุดแรกของเรา สวย สวย สวย

Children at Play Drawstring Bag

ป.ล. ถ้าใครสนใจอยากทำถุงผ้าเป็นไซส์อื่นๆลองเข้าไปซื้อแพทเทิร์นได้ที่ In Color Order ค่ะ

The Sweetest Side Of Me By Nida White

Tokyo International Quilt Festival 2012…Part 2

Patchwork ของคนที่ส่งเข้าร่วมโครงการ

วันนี้มาต่อเรื่อง Quilt Show อีกหน่อยนะคะ นอกจากงานนี้จะเป็นงานโชว์ควิล์ทแบบ professional แบบอลังการแล้ว เค้ายังเปิดโอกาสให้คนที่ชอบทำการฝีมือส่งงานของตัวเองเข้ามาร่วมโครงการ โดยสุดท้ายนำเอางานทั้งหมดเข้ามาประกอบเป็นควิล์ทผืนใหญ่ และมีรายละเอียดชื่อของแต่ละคนติดบอร์ดให้ด้วยแต่เสียดายเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด (อีกแล้ว) งานนี้เพื่อนของเรา Annie Pongpairoj ส่งงานเข้าร่วมด้วย เราก็รีบดิ่งไปดูก่อนที่จะไปดูของคนอื่นก่อนเลย Annie ทำ patchwork เป็นรูปช้างน่ารักมาก เสียดายถ่ายภาพไม่ได้เต็มๆเท่าไหร่

ควิล์ท No. 73 ที่มีงานของเพื่อนเราอยู่ ผืนนี้มีแต่รูปสัตว์น่ารักๆเต็มไปหมด

หลังจากนั้นเราก็เริ่มทยอยดูงานที่คนส่งเข้ามา หลากหลายมากกกก และน่าสนใจมากๆๆด้วย บางคนเพิ่มความคิดสร้างสรรแบบเก๋ๆเข้าไปด้วย

เก๋ no. 1

เก๋ no. 2 จัดสีผ้าได้ถูกใจเรามาก

เห็นแล้วอยากไปปารีส

ดินสอเต็มไปหมด เก๋อีกล่ะ

Doggie Doggie

ลายเบสิกออกมายังน่ารัก

เบสิกแต่มีความหมาย

lots of hearts

คละสีแต่ลายเดียวกัน

งานนี้ช้างเยอะนะคะ

ควิล์ทของคนที่เข้าร่วมโครงการเยอะมาก

นอกเหนือจากควิล์ทที่โชว์แล้ว อีกอย่างนึงที่ทำให้ใจแวบไปก็แวบมาคือ… ร้านที่เข้ามาขายของในงานนั่นเอง อยากก็อยากจะไปเดินดูของ ต้องหักห้ามใจไว้ตลอด เพราะแต่ละร้านคนต่อแถวรุมกันซื้อซะเหลือเกิน

และแล้วก็ทนไม่ไหวต้องขอแวบไปดูซะหน่อย เค้าขายสารพัดจริงๆ ตั้งแต่จักรเย็บผ้าไปจนถึงของชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนถึงกิโมโน บูธที่ขายจักรเย็บผ้ากึจะโชว์จักรรุ่นใหม่ๆที่ทำอะไรต่ออะไรได้อน่างสารพัดนึกและเปิด workshop เล็กๆในงานเลยให้คนร่วม คนร่วมเต็มทุกบูธเลยคะ และฝีมือของแต่ละคนก็ไม่ธรรมดา เห็นบูธของ Bernina ยังคิดถึงเพื่อนเราเชอรี่ไม่รู้ป่านนี้ปัดฝุ่นเอาจักรออกมาแล้วหรือยัง 555 ได้ข่าวว่าเก็บไปตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม

จักร Bernina ดูไฮเทคเกินห้ามใจ

เราชอบบูธของ Brother ด้วย จักรดูสุดยอดเหมือนกันเลย แถมยังมีจักรปักสีชมพู

ของ Brother ก็ใช่ย่อย

นี่ไงจักรปักสีชมพู

บูธของ Juki อะไรก็ไม่เท่ห์เท่าจักรเก่าที่เอามาโชว์ อันนั้นสวยคลาสสิกสุดยอดแล้ว

อันนี้ชอบที่สุดเลย

ผ่านไปก็เป็นบูธอุปกรณ์เย็บผ้า สารพัดอุปกรณ์ที่เราเคยเห็นกับไม่เคยเห็นรวมกันอยู่ที่นี่หมด ที่น่าสนใจที่สุดก็บูธของ Clover ที่ขนเอาอุปกรณ์แทบทุกอย่างมา แต่ส่วนของกรรไกรน่าสนใจที่สุด มีมาให้เลือกเป็นสิบๆแบบตั้งแต่แพงจนแพงมาก

บูธ Clover คนแน่นตลอดเวลา

บูธอุปกรณ์สำหรับเย็บกระเป๋าก็ไม่น้อยหน้ามาหลายบูธเลย อุปกรณ์แบบเพียบ หูกระเป๋าเป็นร้อยแบา ซิบ ตัวต่อจากซิบลายน่ารักๆก็เพียบ (อันนี้ขอซื้อมานิดเดียวเพราะปีนี้ตั้งใจว่าจะไม่ลงกระเป๋ามากเท่าไหร่)

ร้านนี้ที่ได้มาเป็นของฝากให้เพื่อนๆ

ร้านข้างๆนอกจากขายอุปกรณ์แล้วยังมีอาจารย์นั่งแจกลายเซ็นให้กับทุกคนที่ซื้อหนังสือของแก

และบูธที่น่าสนใจที่สุด ให้ทายว่าคืออะไร… ใช่แล้วบูธขายผ้านั่นเอง แต่..แต่..น่าเสียดายที่เกือบครึ่งขายผ้าจากอเมริกา เรารึไปนู่นเพราะอยากซื้อผ้าญี่ปุ่นแต่ดันขายผ้าอเมริกาซะเยอะ แต่ก็ยังมีบูธขายผ้าญี่ปุ่นให้ชื่นใจหลายบูธอยู่เหมือนกัน แต่..แต่่..อีกล่ะ ก็ผ้าญี่ปุ่นอย่างท่ีเราชอบน่ะไม่ได้มีเยอะเท่ากับผ้าญี่ปุ่นสีทึมๆยอดนิยมที่เค้านิยมกันเลยต้องเดินหาจนขาขวิดอีก สุดท้ายก็ได้นะคะ ซื้อจนเริ่มถือไม่ไหวแล้วก็ต้องหยุดเพราะทั้งเสื้อหนาวที่ใส่เข้าไ่ตั้งหลายชั้น เสื้อโค๊ต กระเป๋า กล้องถ่ายรูป พอรวมกับของที่ซื้อแล้วแบบว่า..หนักอ่ะ

ยังมีบูธของ Moda มาเองเลย แต่งบูธลายผีเสื้อแบบสวยมากกกก ผ้ามาขายก็ตรึม แต่ความตั้งใจของเราคือ ซื้อผ้าญี่ปุ่น! งานนี้เลยต้องทำใจ..อดได้

Back Drop ของ Moda สวยจริงๆนะ

ผ้าของ Moda เพียบเลยค่ะ

เรายังอยากได้ผ้าลูกไม้สวยๆ kit ทำกระเป๋า applique ลายกระต่าย ด้ามร่มที่ต้องเย็บผ้าตัวร่มไปประกอบติดกันเอง จักรเย็บผ้าโชว์ตัวเล็กๆ (มีเจ้านึงเค้าขายจักร Singer ตัวเล็กมากแบบโบราณน่าสนสุดๆด้วย) ผ้ามัดย้อมแบบบาติกแต่สีจ้าบวัยรุ่นสุดฤทธิ์ … แต่ไม่ไหวแล้วถือไม่ไหว เลยอดไปหลายรายการ

ลายปักน่ารัก ลายโปรดของเราเลย

อันนี้ก็น่ารักร้านนี้ขายลูกไม้ทั้งร้าน

กระเป๋ากระต่าย น่ารักทุกใบเลย

 

พูดเรื่องร้านเรื่องชอปปิ้งนียังคุยได้อีกยาว 555 ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนเรื่องใหม่เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะเขียนตอนต่อไปที่มีสาระมากกว่านี้ดีกว่า เป็น theme ที่งานเค้าโชวล้วก็งานของอาจารย์ดังๆ ดูกันว่าเค้าสร้างสรรได้ขนาดไหนนะคะ เจอกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ

The Sweetest Side of Me By Nida White

Tokyo International Quilt Festival 2012.. Part 1

หนึ่งในควิล์ทน่าทึ่งที่งาน

หลังจากรออย่างจดจ่อในที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็ถึงเวลาที่จะบินไปงาน Tokyo International Quilt Show 2012 ที่โตเกียว เครื่องลงที่โตเกียวตอน 7.30 น. ของวันเสาร์เราก็รีบต่อรถบัสเข้าเมืองกว่าจะถึงโรงแรมก็ประมาณชั่วโมงนึงค่ะ ประมาณว่ากว่าจะเช็คอินเสร็จขึ้นห้องก็ประมาณเกือบ 9 โมง ได้อยู่ห้องที่หันหน้าเข้าโตเกียวโดมสถานที่จัดงานพอดีเลย

โตเกียวโดมใหญ่มากอยู่ทางด้ายซ้ายมือ

แต่ว่าวันเสาร์อากาศอึมครึม ฝนปรอยๆตลอดเวลาและหนาวสุดยอดเลย มองลงไปโอ๊ะเพิ่ง 9 โมงเองคนเริ่มต่อคิวกันแล้วหรือนี่ ไม่ได้การแล้วเราเลยต้องรีบวิ่งแจ้นไปทานอาหารเช้าแล้วรีบดิ่งไปที่งานทันที และอย่างที่เห็นจากโรงแรมหน้างานคนเยอะจริงๆๆๆๆๆ มีแต่ผู้หญิงทั้งน้านนนนน แทบไม่เห็นผู้ชายเลย และเป็นคนญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ พอเข้าไปได้แล้วค่อยยังชั่วหน่อยคะเพราะอุ่นขึ้นจมเลย ข้างนอกหนาวได้ใจจริงๆ มองเข้าไปในงานโห… คนเยอะจริงๆ

เห็นคนที่มางานไหมคะ

แผนที่งานแสดง ตรงกลางเป็นงานโชว์ควิล์ท ด้านข้างรอบๆเป็นร้านค้าที่มาออกร้านขายของ

เราก็เริ่มเลยจากไปดูควิล์ทที่เค้าโชว์ เสียดายที่คำบรรยายประกอบไม่มีภาษาอังกฤษเลย มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ไม่งั้นคงจะรู้เรื่องมากกว่านี้ แต่ว่าแต่ละชิ้นที่เอามาโชว์สุดยอดมากๆๆๆๆ เกิดมาไม่เคยเห็นงานผ้าที่สวยขนาดนี้มาก่อน ทุกผืนที่โชว์มีแต่คนถ่ายรูปเต็มไปหมดเลยค่ะ ลองดูรูปข้างล่างนะคะ

หนึ่งในควิล์ทโปรดของเรา

อันนี้เราก็ชอบ

ผืนนี้น่ารักมาก ทำ applique ทั้งผืนเลย

งานบางอันก็ทำออกแนวสมัยใหม่ บางอันก็ทำตามแบบดั้งเดิมที่เคยทำกันมาแต่งานสวยและละเอียดแบบไม่น่าเชื่อ (อีกแล้ว) ^.^

ผืนนี้สุดยอด ใช้ไหมเป็นประกายระยิบระยับพอโดนไฟส่องเป็นประกายทั้งผืนเลย

อีกมุมนึงของผืนสุดสวย

งานละเอียดจริงๆเลยค่ะ ไม่มีช่องว่างที่ไม่ได้เย็บลายควิล์ทเลย

ผืนระยิบระยับนี้คนรุมถ่ายรูปกันเยอะเลยค่ะ คนญี่ปุ่นด้วยกันเองยังร้องว้าวกันไม่หยุดเลย พอถ่ายรูปผืนนี้เสร็จหันไปดูอีกผืนนึงก็มาอีกแนวนึงไปเลย สมัยใหม่มากๆแต่ก็เหมือนเดิม ละเอียดแบบสุดยอด ยังคิดอยู่เลยว่าใช้มือตัดผ้าหรือใช้เครื่องหรือต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยดีไซน์หรือเปล่าเนี่ย

เป็นควิล์ทที่ดูแปลกมากกว่าที่เคยเห็นมา

ควิล์ทรูปหมาสีน้ำตาล อีกผืนนึงที่งานแบบ...สุดยอด

แล้วก็มีควิล์ทที่ไม่ได้ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนปกติทั่วไป แต่ทำมาในรูปทรงอื่นๆที่ออกมาแล้วก็ยังสวยอยู่ดี

เหมือนใบบัวเลยค่ะ แต่สีและรูปทรงออกมาเข้ากันได้อย่างดีมาก

ผืนนี้มหัศจรรย์เหมือนกัน ผ้าแต่ละผืนต่อกันด้วยโครเชต์ รายละเอียดควิล์ทของผ้าแต่ละผืนก็สวยมาก

ลายหัวใจทั้งผืนเอามาต่อเข้าด้วยกันโดยไม่มีแผ่นหลังยึดแล้วทำ applique เหมือนทั่วไป

ทีนี่เราเลยเก็ยภาพของรายละเอียดงานควิล์ทที่เค้าเย็บกันในแต่ละผืน ลองดูกันนะคะแล้วจะร้องว้าวเหมือนเราหรือเปล่า

รายละเอียด 1

รายละเอียด 2

รายละเอียด 3

รายละเอียด 4

รายละเอียด 5

เห็นแค่นี้แล้วก็หัวใจพองโต ถ้าเค้าทำงานได้ละเอียดแบบนี้ เราจะยอมได้ยังไง … อันนี้ต้องเอาชนะความขี้เกียจก่อนด้วยนะคะ ^.^ แต่ว่าเหอะผู้หญิงญี่ปุ่นทุกคนที่เข้ามาดูงานนี้ท่าทางทุกคนเอาจริงเอาจังจังเลย แบบว่าไม่ได้มาเดินอยู่เล่นๆแต่ดูอย่างเอาจริงเอาจัง เหมือนเวลาไปพิพิธภัณฑ์ที่ดูภาพโชว์แล้วต้องมีการถกกันในรายละเอียด เราว่าส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมด้วยนะคะที่ทำให้เค้ามุ่งมั่นกันได้ขนาดนี้ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะเขียนต่อถึงบรรกายาศของงานในส่วนอื่นๆอีกค่ะ

 

 

 

The Sweetest Side Of Me by Nida White

Pinwheel vs. Double Hourglass

9 Pinwheel Blocks

 

อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ลองทำ patchwork 2 ลายใหม่ อันแรกที่ลองทำ Double Hourglass และตั้งแต่เมื่อวานที่ทำก็คือ Pinwheel เราก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันคะว่าตกลงอันไหนถูกในเรามากที่สุด แฮะๆดูจากผลงานแล้วน่าจะเป็น Pinwheel นะคะ เพราะแค่วันเดียวทำได้ตั้ง 9 บล๊อคเลย เพราะอะไรหรือคะ ไม่ใช่เพราะว่ามันง่าย แต่เป็นเพราะว่าเราใช้เทคนิคการเย็บที่เค้าเรียกว่า chain piecing  เข้ามาใช้ด้วย เป็นการเย็บรวทหลายๆบล๊อคที่จะ step เข้าด้วยกันโดยไม่ได้ตัดด้ายออกจากจักรเวลาเย็บเสร็จในแต่ละอันเลย เวลาเย็บเสร็จมันจะออกมาคล้ายๆกับธงราวที่เค้าเอาไว้ใช้ประดับเวลาจัดงานอีเวนท์อะไรทำนองนั้น

 

Chain Piecing ของงาน Pinwheel

 

แต่จริงๆเราก็ว่า Double Hourglass ก็สวยนะคะ แต่ทีนี้เราเริ่มเบื่อเย็บแต่หมอนอย่างเดียวแล้วเลยคิดว่าจะทำผ้าห่มไปซะเลย เอาใหญ่ๆด้วยครั้งนี้ พอมองผ้าที่เรามีอยู่ที่เมืองไทยตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะให้ทำ Double Hourglass เท่าไหร่ เพราะสีผ้าที่ให้เลือกใช้มีน้อยไปนิดนึงก็เลยต้องเบนเข็มไปทำ Pinwheel แทน

Double Hourglass ที่ทำเป็นหมอน

 

วันนี้อยากขึ้นวิธีทำ Pinwheel ให้เพื่อนๆมากคะ แต่เนี่ยก็จะดึกแล้ว เอาไว้วันหลังจะขึ้นให้นะคะ  อ้อ อีกเรื่องที่อยากจะบอก เรื่องซื้อผ้าจากเมืองนอกแบบที่เราชอบทำ ชอบสั่งผ้าทางอินเทอร์เน็ต ตอนแรกเราก็ไม่แน่ใจว่าเวลาที่ผ้ามาถึงเราเราจะต้องเสียภาษีด้วยหรือเปล่า ทีนี้ก็เลยลองสั่งดู ผลปรากฎว่าไม่ต้องเสียคะ คนขายเค้าก็ส่งมาทางไปรษณีย์ปกติ บุรุษไปรษณีย์ก็มาส่งให้ที่บ้านปกติ ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลย เพราะเรารู้ว่าถ้าส่งเสื้อหรือซื้อเสื้อผ้าจากเมืองนอกเข้ามาเค้าจะมาเก็บภาษีเรา เคยโดนมาก่อนก็เลยไม่แน่ใจเรื่องผ้า ตกลงไม่ต้องเสีย เย เย เย! ใครอยากได้อะไรสวยๆที่เมืองไทยไม่มี เพราะส่วนมากเค้าชอบขายผ้าแต่ที่เป็นสีตุ่นๆ ลองสั่งจากทางอินเทอร์เน็ตก็ได้นะคะ แล้วเวลาที่เว็บไซต์ที่เราซื้อผ้าเค้ามีคูปองลดราคาอะไรมาเราจะบอกกับเพื่อนๆไปนะคะ

 

ซองจดหมายที่ผู้ขายส่งผ้ามาให้เรา

 

นอกจากผ้าห่มที่ตอนนี้เริ่มทำแล้ว เรายังเตรียมโปรเจคน้องมาช่าอีกรอบ วันนี้ได้ความช่วยเหลือจากเอ ลูกน้องเราเองมาช่วยตัดผ้าให้เพราะกำลังจะทำน้องมาช่ารอบใหม่อีกรอบ รอบใหม่นี้จะทำ 3 ขนาดเลยคะ ใหญ่ กลาง เล็ก เอาให้ครบเซ็ทเลย เสร็จแล้วคงน่ารักกกกกกกกกมากกกกกกกแน่ๆๆๆๆๆๆ และแล้วก็อดไม่ได้ขอโชว์ผ้าลายน้องมาช่าที่ช่วงนี้ได้มาด้วยหน่อยนะคะ

 

อันนี้ได้มาจากอเมริกาคะ

 

อันนี้ได้มาจากญี่ปุ่นคะ

 

ตื่นตาตื่นใจกับผ้าที่ได้มาช่วงนี้มากเลยคะ และก็หมายความว่าจะต้องผลิตงานสวยๆออกมาอีกเยอะๆดีกว่า ตอนนี้ในหัวก็เลยมีแต่โปรเจคใหม่เต็มไปหมด เสร็จเมื่อไหร่จะค่อยๆทยอยเอามาโพสให้ดูนะคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

Angry Bird or Angry Me?

20110622-030927.jpg

ตอนนี้ไปที่ไหนก็มีแต่ตุ๊กตา Angry Birds ขายเต็มไปหมด เมื่อเดือนกว่าๆไปห้าง Takashimaya เห็นวางโชว์แต่ขึ้นป้ายว่า sold out แต่ตอนนี้มีไปซะทุกที่เลย จากตอนแรกว่าจะไม่ซื้อแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ หวังว่าในอนาคตเราคงไม่ซื้อครบเซ็ทนะ

เมื่อเช้าเอารูป Angry Birds ขึ้น Facebook มีเพื่อนถามว่าจะลองเย็บหรือเปล่า เราก็เลยลองเสิร์ทหาดูในเว็บว่มิสกรีทำ pattern สอนเย็บเหล่านกน้อยนี้หรือเปล่า ปรากฎว่ามีหลายเว็บเลยคะ ใครสนใจลองเข้าไปดูที่นี่ได้นะคะ – Obsessivelystitching

เมื่อเช้าพอมีเวลาได้นั่งตัดผ้าสำหรับหมอน wheel pillow สองใบและนั่งเย็บหมอนมาช่าได้อีกหนึ่งใบ เลยตั้งใจว่าเมื่อไหร่เริ่มเย็บหมอน wheel pillow จะทำ tutorial วิธีการเย็บขึ้นบล็อคด้วยเผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากทำได้เอาไปทำได้เลยคะ

วันนี้เป็นวันของลูกอีกแล้ว ออกจากบ้านมาตอนสายๆจนตอนนี้จะบ่ายสี่แล้วยังไม่เสร็จเลย เหนื่อยจิงๆ วันนี้พาลูกคนเล็กไปดูโรงเรียนใหม่ที่เค้าจะเริ่มไปเรียนตอนเดือนสิงหาด้วย ลูกท่าทางจะชอบโรงเรียนนี้เพราะของเล่นเยอะดี เรียกให้กลับเท่าไหร่ก็ไม่ยอมกลับ

20110622-060913.jpg

หลังจากนั้นก็พาไปหาหมอต่อ รอ ร้อ รอ เมื่อไหร่จะได้เจอหมอ รวมเวลานั่งรอทั้งสิ้นเกือบสองชั่วโมง ระหว่างนั่งรอไปใจก็คิดไปถึงผ้าที่เพิ่งได้มาใหม่เมื่อวาน (อีกแล้ว) ว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้อยากกลับไปทำผ้าห่มสวยๆอีกผืน หลังจากหมอนรอบนี้ที่ยังค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับไปทำผ้าห่มอีกรอบ

20110622-062108.jpg

20110622-062133.jpg

แล้ววันนี้ของอีกอย่างที่สั่งไว้ก็มาด้วยคะ ใครชอบหมอนปักเข็มหมุดบ้าง เมื่อเดือนที่แล้วเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเห็นหมอนเข็มหมุดแบบนึงน่ารักมาก สะดุดตาจนต้องสั่ง pattern มาเป็นรูปชิ้นเค๊ก มีคนทำแล้วเอาไปตกแต่งเพิ่มให้มีวิปครีมสวยๆอยู่บนหน้าเค๊กเพิ่ม ยิ่งสวยยิ่งน่ารักเข้าไปกันใหญ่ แต่พอเปิดอ่านวิธีทำ อันนี้ต้งงขอเวลาทำความเข้าใจอีกหน่อย ถ้ามันไม่ยากมากจะแปลเป็นภาษาไทยให้เพื่อนๆมาทำด้วยกัน ดีใหมคะ

20110622-062739.jpg

20110622-062803.jpg

The Sweetest Side of Me By Nida White

Too many things I want to do today… And Ribbon for You

Ric Rac กับริบบิ้นสีสวย

 

วันนี้อยากทำอะไรตั้งหลายอย่าง อยากนั่งเย็บงานให้เสร็จก็อยาก อยากเขียนบล๊อคก็อยาก อยากทำหมอนใบอื่นที่ยังค้างก็อยาก 555 เหมือนชีวิตเรามีแต่ความอยาก 🙂 ตอนนี้ชิ้นหน้าของน้อง Masha ก็เสร็จแล้วคะ ชอบที่สุดเวลาเอาริบบิ้นที่มีเอามาเทียบเอามาเล่นสีด้วยกัน เพราะเวลามันออกมาท้ายสุดมันสวยอย่างที่อยากได้  หลังจากนี้ก็เหลือขั้นตอนประกอบชิ้นหลัง ต้องเอาให้เสร็จในสิ้นอาทิตย์นี้ให้ได้ Fighto!

 

ฟ้าตอน 5 โมง

 

เผลอแป๊บเดียว ห้าโมงครึ่งแล้ว อยากให้เวลาวันนึงๆมีเยอะกว่านี้จัง จะได้ทำงานเยอะๆ มีเวลาออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเยอะๆ และมีเวลานอนเยอะๆ ในวันเดียวกัน เดี๋ยวพอขึ้นบล๊อคเสร็จวันนี้จะขับรถเข้าไปที่ Clark Quay วันนี้มีนัดกินพิซซ่ากับครอบครัว ที่ Clark Quay เป็นที่โปรดของเรากับครอบครัวมากๆคะ มีร้านอาหารอิตาเลี่ยนเจ้าประจำที่เราจะต้องไปทานกันและสั่งอาหารแทบจะเหมือนเดิมทุกทีแต่… อีกแล้ว… จำชื่อร้านไม่ได้ แต่ยังไงจะเก็บรูปมาฝากนะคะ

 

Colorful ริบบิ้น

 

ตอนที่อยู่กรุงเทพฯก่อนย้ายมาที่นี่ เราชอบไปร้านขายอุปกรณ์แต่งผ้าจุ๊กจิ๊กมาก ก่อนกลับมาสิงโปครั้งล่าสุดเพื่อนเอาริบบิ้นมาขายให้แบบยกลัง เยอะมากกกกก… ยังคิดอยู่เลยคะว่าใช้เมื่อไหร่ถึงจะหมด คิดไปคิดมาเราเห็นว่าเพื่อนๆที่ติดตามบล๊อคหรือเพจทาง facebook ของเรามีเยอะหลายคนมากที่ชอบงานฝีมือเหมือนกับเราเลย เราก็เลยได้ไอเดียว่าอยากจะแชร์ริบบิ้นที่เรามีอยู่หลายแบบหลายสีให้แบ่งกันไปใช้คะ ใครสนใจอยากได้ริบบิ้นเพื่อเอาไปประดับงานของตัวเองบอกเรานะคะ จะจัดส่งไปให้ปลายอาทิตย์หน้าที่เราถึงกรุงเทพฯแล้ว ลองดูตัวอย่างรูปที่ขึ้นนะคะ ใครสนใจก็บอกมาเลย

 

ริ้บบิ้นตัวอย่างที่อยากแชร์ให้เพื่อนๆไปช่วยกันใช้

 

สุดท้ายก่อนจบบล๊อคขอแอบหวานก่อนนิดนึง อันนี้เป็นริบบิ้นอันโปรดของเราเลยคะ พอเอามาติดกับผ้าโทนม่วงและชมพูออกมาแบบสวยสุดขีดเลย ดูรูปแล้วชอบเหมือนกันไหมคะ

 

หวานซะไม่มี

 

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

And the lucky winner is….

ในที่สุด Rosy Pom ก็เจอเจ้าของที่แท้จริงแล้วคะ คุณก้อย จากสมุทรปราการนั่นเองคะ เดี๋ยวเราจะเอาไปส่งให้นะคะ รอรับด้วย

หมอนของคุณก้อยค่า พร้อมส่งเช้านี้

 

หลังจากโพสต์รูปเสร็จก็รีบแจ้นออกไปไปรษณีย์เลยคะ เพราะเช้าอยู่คิวจะได้ไม่ยาว แต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมขอชื่อจริง นามสกุลจริงของคุณก้อย 😦 แต่ไม่เป็นไรคะ ลงทะเบียนไปเรียบร้อย ถึงแน่นอน

 

ไปแต่เช้า คนไม่เยอะเลย

 

แล้วก็ส่งเรียบร้อยคะ

 

ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วด้วยคะ

 

ถ้าได้รับแล้วอย่าลืมแจ้งข่าวเราด้วยนะคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

How to make Lovely Pom Pillow

Lovely Pom ใบใหม่ที่ไม่ได้มีโทนสีแดง

 

วันนี้อีกครั้งนะคะที่จะขึ้นวิธีทำหมอน Lovely Pom คะ  เมื่อวานสอนวิธีทำปอมปอมแล้ว วันนี้ก็ต้องเอาปอมปอมที่ทำแล้วมาประกอบเข้ากับหมอนใช่ไหมคะ นี่ไง เริ่มกันเลยดีกว่านะคะ

 

ตัวหมอนใช้ผ้า 13 x 34 นิ้วนะคะ ตัดผ้าแค่ 13 นิ้วตามหน้ากว้าง แล้วเอาไปรีดก่อนให้รอยยับหายไป จากนั้นก็วัดความยาวให้ได้ 34 นิ้ว หลังจากตัดผ้าแล้วก็พับผ้าครึ่งนึงก็จะได้ขนาดที่เราต้องการคือ 13 x 17 นิ้วคะ

 

พอพับครึ่งก็จะได้ขนาดที่ต้องการคือ 13 x 17 นิ้ว

 

จากนั้นใช้ไม้บรรทัดกำหนดจุดที่จะเย็บปอมปอมเข้าไปบนผ้า จุดแรกระยะห่างจากขอบผ้าด้านกว้างและด้านยาวอยู่ที่ 4 นิ้ว จุดต่อไปอยู่ห่างจากจุดแรก 4.5 นิ้วและห่างจากขอบชายผ้า 4 นิ้ว และจุดสุดท้ายห่างจากจุดกลาง 4.5 นิ้วและชายผ้า 4 นิ้วเช่นกัน

 

มาร์คจุดที่จะเย็บปอมปอม โดยใช้ดินสอ 4B หรือปากกาที่เขียนผ้า

 

ระยะห่างของปอมปอมจะพอดีกับหน้าผ้าพอดี

 

เสร็จแล้วก็เริ่มเย็บปอมปอมเข้าไปเลยคะ ใช้เวลาไม่นาน แต่พยายามให้เข็มยึดตัวปอมปอมให้ได้มากที่สุด ไม่งั้นจะกลายเป็นปอมปอมหลวมๆห้อยโต่งเต่งไม่สวยคะ

 

ค่อยๆเย็บ ดูทีวีไปเย็บไปก็ได้นะคะ

 

เสร็จแล้วก็กลับผ้าเอาด้านนอกออกมา ใช้เข็มหมุดกลัดขอบและเย็บ ถ้าใช้จักรธรรมดาเหลือขอบผ้าอย่างน้อย 1/4 นิ้วด้วยนะคะ หรือถ้าใครมีจักรโพ้งก็โพ้งไปได้เลย

 

กลัดผ้าด้วยเข็มหมุดก่อนเย็บด้วยนะคะ

 

เก็บขอบด้วยจักรธรรมดาหรือจักรโพ้งก็ได้คะ

 

แต่อย่าลืมเหลือช่องไว้ให้กลับหมอนออกมาด้วยนะคะ ประมาณซัก 4 นิ้ว เสร็จแล้วก็กลับด้านเอาด้านถูกออกมาทำการยัดใยสังเคราะห์เข้าไปตามความชอบนะคะ หลังจากนั้นก็เย็บปิดปากหมอนให้เรียบร้อยเท่านั้นก็เสร็จแล้วคะ แล้วคุณก็จะได้หมอนสวยๆแบบนี้เลย

 

สวยได้ใจเลยคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

How to make Pom Pom … As Requested

ปอมปอมหลายสี

 

มาแล้วคะตามสัญญาว่าจะสอนทำปอมปอมแบบง่ายๆตามคำเรียกร้อง วันนี้เราจะมาทำปอมปอมสีเหลืองกันนะคะ อุปกรณ์ทำปอมปอมมีตั้งหลายแบบให้เลือกซื้อเยอะแยะเลยคะ ที่เห็นเค้าขายกันก็มีดังนี้

 

เหมือนแท่งไอติมไหมคะ แต่เป็นที่ทำปอมปอมแบบนึง

 

หรือว่าจะเป็นแบบนี้

เป็นอุปกรณ์ที่ Colorful มากทำได้หลายไซส์เลยคะ

 

หรือจะง่ายกว่านั้น

กระดาษแข็งกับเข็มเล่มยาวๆ

 

จากที่ทดลองใช้มาทั้งสามแบบสรุปว่าเรากลับชอบกระดาษแข็งกับเข็มยาวมาที่สุดคะ เพราะเวลาปอมปอมออกมาแล้วจะนุ่มมากกว่าแบบอื่นๆ ไม่ต้องเสียเงินซื้อแบบแพงๆเอาแค่กระดาษแข็งมาตัดขนาด 5 นิ้ว x 1.1 นิ้ว ก็จะได้ปอมปอมที่ทำเสร็จแล้วเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้วคะ  วิธีการทำ เริ่มเลยนะคะ

 

เอาไหมพรมพันเข้ากับกระดาษแข็ง

 

พันให้อ้วนเลยคะ ประมาณซัก 150 รอบ

 

ตัดไหมพรมยาวประมาณซัก 10 นิ้วร้อยเข้ากับเข็มเล่มยาวที่เตรียมไว้

 

สอดเข็มเข้าไปใต้ไหมพรมให้ไหมที่ร้อยที่เข็มอยู่ใต้ไหมอ้วน

 

แล้วเอาไหมนั้นมาผูกไหมอ้วนอย่างที่เห็นในรูป

 

เสร็จแล้วพลิกกลับอีกด้าน ใช้กรรไกรตัดกึ่งกลางของไหมอ้วน

 

ตัดให้หมอเลยคะ มันก็จะแบะออกแบบนี้

 

เอากระดาษแข็งออกแล้วผูกไหมตรงกลางให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้

 

ผูกเสร็จให้มือเกลี่ยๆให้ออกมากลมๆ แต่ตอนนี้มันจะยังไม่กลมอย่างที่เราต้องการหรอกคะ

 

ใช้กรรไกรค่อยๆเล็มรอบๆ จัดแต่งให้สวยงามตามต้องการ ก็เป็นอันเรียบร้อย

 

ง่ายไหมคะ เห็นไหมใช้เวลาทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ลองทำดูนะคะ แล้วอย่าลืมโพสรูปมาอวดกัน ถ้าอยากให้ปอมๆเล็กกว่านี้ก็ลดขนาดความกว้างของกระดาษแข็งลง ถ้าอยากให้ปอมๆใหญ๋กว่านี้ก็เพิ่มขนาดกระดาษให้ใหญ่ขึ้นนะคะ

 

เรียบร้อยตามสัญญาแล้ว ขอตัวไปก่อนคะ วันนี้วันกิจกรรมของลูก แม่ที่ดีต้องไปทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้ลูกแล้วคะ แล้วเจอกันใหม่นะคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White