My New Fabric Collection

เราเรียกผ้าลายนี้ว่า Mine เพราะเป็น Self Portrait ของเรา

 

หายไปนาน กลับมารอบนี้ขอโชว์ผลงานออกแบบลายผ้าของเรา ส่วนใหญ่มาจากงานสีน้ำที่เราเพิ่งจะเริ่มวาดเมื่อไม่นานมานี้มาปรับให้พิมพ์ลงบนผ้าเพื่อเราจะได้ไปใช้ในงานเย็บของเราค่ะ

โทนสีหวาน

โทนสีหวาน

 

DSC_4044

Rose in Blue

 

DSC_4051

Cotton Candy in Purple

 

DSC_4046

Flure

 

DSC_4032

Cotton Candy in Pink

 

DSC_1411

Sweet Set under The Sweetest Side of Me Collection

 

DSC_1407

Lullaby

 

DSC_1391

Dream

 

DSC_4060

Imaginary

 

Poppy

Poppy

 

DSC_1386

Swirl

 

DSC_1380

Color Delight

 

DSC_4114

I Heart You Collection

 

DSC_4103

Butterfly in Black

 

DSC_4099

Spring Flower in White

 

DSC_4096

Spring Flower in Aqua

 

DSC_4085

Sweet Heart & Love Quote

 

DSC_4081

Sweet Heart

 

DSC_4078

Butterfly in Three Colorways

 

DSC_4076

Love Quote

 

DSC_4068

Vintage Blue Rose in Pink

 

DSC_4066

Vintage Blue Rose in Yellow

 

ผ้าตัวอย่างออกมาน่ารักมากเลยค่ะ ใครชอบลายไหนช่วยบอกเราหน่อยนะคะจะได้ขอเป็นไอเดียเอาไว้ไปสั่งพิมพ์ได้ค่ะ

 

 

nida-white-logo3

The Sweetest Side of Me by Nida White

Advertisements

Let’s sew Laptop Cover ^^

กระเป๋าใส่คอมสุดเม่ห์

วันนี้เรามาทำกระเป๋าใส่คอม หรือใครจะทำกระเป๋าใส่ Ipad กันดีกว่าค่ะ ใครอยากลองทำแบบไหนวิธีการทำก็ไม่ได้แตกต่างกันนะคะ กระเป๋าของเราเราจะทำให้ใหญ่และหลวมๆนิดนึงจะได้ใส่และดึงออกมาได้ง่ายๆคะ ส่วนขนาดของคอมพิวเตอร์เราจะอยู่ที่ 13×9 นิ้ว ส่วน Ipad ขนาดอยู่ที่ 9.5×7 นิ้ว เพราะฉะนี้นอุปกรณ์ที่เราจะเตรียมเย็บกระเป๋าจะมีอะไรบ้างลองดูตามข้างล่างนี้นะคะ

  • ผ้ากระเป๋าชิ้นด้านนอก 2 ชิ้น สำหรับคอมพิวเตอร์ตัดขนาด 15×11 นิ้ว สำหรับ Ipad ตัดขนาด 11.5×9.5 นิ้ว และอีก 2 ชิ้นตัดชิ้นเล็กเพื่อทำชิ้นปิดปากกระเป๋าขนาด 6.5×5.5 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 5.5×4.5 สำหรับ Ipad
  • ผ้ากระเป๋าชิ้นใน 2 ชิ้น ตัดขนาดเท่ากับชิ้นนอก
  • แผ่นใยบุกระเป๋า 2 ชิ้น ตัดขนาดเท่ากับชิ้นนอก และอีก 1 ชิ้นขนาด 6.5×5.5 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 5.5×4.5 นิ้วสำหรับ Ipad
  • ผ้ากาว 2 ชิ้นตัดขนาด 15×11 นิ้วสำหรับคอมพิวเตอร์ และ 11.5×9.5 นิ้วสำหรับ Ipad
  • กระดุมแม่เหล็ก 2 ชุด
  • ด้ายสีที่เข้ากับกระเป๋าหรือจะใช้ด้ายสีสดตัดกับลายผ้าก็ได้

แผ่นใยบุกระเป๋า ถ้ามีเป็นชิ้นๆเราสามารถเอามาต่อกันได้โดยใช้ซิกแซ็กเย็บจนได้ขนาดที่ต้องการ

วันนี้เราเลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้า แต่ใครจะลองสีตัดกันก็ได้นะคะ

เราเริ่มด้วยเอาผ้ากาวมารีดบนด้านหลังของผ้าชิ้นนอก ใครอยากให้กระเป๋าแข็งหน่อยมีรูปทรงก็ใช้วิธีนี้ แต่ถ้าใครชอบกระเป๋าแบบนิ่มๆก็ไม่ต้องรีดผ้ากาวนะคะ

รีดผ้ากาวบนด้สนหลังของผ้าชิ้นนอก

รีดผ้ากาวบนด้สนหลังของผ้าชิ้นนอก

รีดแล้วขลิบผ้ากาวที่เกินออกมาออกไปนะคะ

รีดแล้วขลิบผ้ากาวที่เกินออกมาออกไปนะคะ

เสร็จแล้วจักรใครที่มีตีนผีที่เย็บควิล์ทก็ให้เปลี่ยนตอนนี้นะคะ เพราะเราจะต้องเย็บผ้าหลายชั้นใช้ตีนผีแบบนี้จะดีกว่า แล้วเราก็เอาผ้าชิ้นนอกทั้ง 2 ชิ้นและแผ่นใยมาประกบกัน ใช้เข็มหมุดกลัดและเย็บติดกัน

เย็บริมขอบซ้ายขวาให้แผ่นใยกับผ้าชิ้นนอกติดกัน

เย็บริมขอบซ้ายขวาให้แผ่นใยกับผ้าชิ้นนอกติดกัน

หลังจากนั้นใครอยากเย็บควิล์ททำลายบนผ้าก็สามารถทำได้เลยค่ะ หรือว่าถ้าไม่อยากเย็บลายเพื่อโชว์ลายพิมพ์ผ้าสวยๆก็ไม่เย็บได้นะคะ

เราใช้ขาเหล็กเพื่อกะระยะให้แต่ละเส้นตรงเท่ากันทุกเส้น

เราใช้ขาเหล็กเพื่อกะระยะให้แต่ละเส้นตรงเท่ากันทุกเส้น

เสร็จแล้วก็เอาแผ่นชิ้นกระเป๋าทั้งสองชิ้นเอาด้านถูกชนกัน กลัดด้วยเข็มหมุดและเย็บติดกัน

จับมุมให้ชนกันดีๆและเย็บให้ตรงนะคะ

จับมุมให้ชนกันดีๆและเย็บให้ตรงนะคะ

แต่เย็บย้ำที่มุมปากกระเป๋าทั้งสองด้านนิดนึงนะคะ

แต่เย็บย้ำที่มุมปากกระเป๋าทั้งสองด้านนิดนึงนะคะ

เย็บสามมุมเสร็จ ขลิบก้นกระเป๋าออกหน่อยนะคะ

เย็บสามมุมเสร็จ ขลิบก้นกระเป๋าออกหน่อยนะคะ

แล้วเราก็กลับด้านถูกออกมา เริ่มเห็นแล้วว่ากระเป๋าสวยเริ่มเป็นรูปร่าง

แล้วเราก็กลับด้านถูกออกมา เริ่มเห็นแล้วว่ากระเป๋าสวยเริ่มเป็นรูปร่าง

แล้วเก็บกระเป๋าชิ้นนอกไว้แป๊บนึงมาเย็บชิ้นปิดปากกระเป๋ากัน เอาผ้าชิ้นนอกที่ตัดไว้แล้วและแผ่นใยออกมา  เลือกชิ้นไหนเป็นชิ้นด้านหน้าและชิ้นไหนเป็นชิ้นด้านหลัง แล้วเรียงตามนี้นะคะ เอาชิ้นด้านหน้าวางบนพื้นเอาด้านถูกขึ้น เอาชิ้นหลังวางทับบนชิ้นหน้าเอาด้านถูกชนกัน และเอาแผ่นใยวางทับเป็นชั้นที่สาม เย็บทั้งสามชิ้นให้ติดกัน

เอาผ้าชิ้นเล็กที่เตรียมไว้ออกมาแล้วดูว่าจะให้ชิ้นไหนเป็นชิ้นหน้า ชิ้นไหนเป็นชิ้นหลัง

เอาผ้าชิ้นเล็กที่เตรียมไว้ออกมาแล้วดูว่าจะให้ชิ้นไหนเป็นชิ้นหน้า ชิ้นไหนเป็นชิ้นหลัง

เอามาเรียงตามที่บอกแล้วเย็บติดกัน

เอามาเรียงตามที่บอกแล้วเย็บติดกัน

ขลิบขอบด้านล่างเสร็จแล้วพลิกเอาด้านถูกออกมา

ขลิบขอบด้านล่างเสร็จแล้วพลิกเอาด้านถูกออกมา เย็บรอบอีกครั้งเพื่อความสวยงาม

แล้วพักไว้อีกแป๊บนึง แล้วเราก็มาเย็บกระเป๋าชั้นในด้วยกัน เอาผ้าชิ้นในด้านถูกชนกันและเย็บขอบสามด้านเหมือนกระเป๋าชิ้นนอก

ผ้าชิ้นในเอามาเย็บเข้าด้วยกันสามด้าน แต่ด้านก้นกระเป๋าต้องเหลือช่องไว้หน่อยนะคะ

ผ้าชิ้นในเอามาเย็บเข้าด้วยกันสามด้าน แต่ด้านก้นกระเป๋าต้องเหลือช่องไว้หน่อยนะคะจะได้ไว้กลับกระเป๋าทีหลัง

เราเหลือช่องด้านก้นกระเป๋าประมาณ 3.5 นิ้วเพื่อไว้กลับกระเป๋าด้าในออกมา

เราเหลือช่องด้านก้นกระเป๋าประมาณ 3.5 นิ้วเพื่อไว้กลับกระเป๋าด้านในออกมา

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องติดกระดุมแม่เหล็กกันค่ะ ใครที่เคยติดมาแล้วก็จะรู้สึกว่าไม่ยาก แต่มือใหม่อาจจะรู้สึกว่ายากนิดหน่อยนะคะ กระดุมแม่เหล็กเค้าจะมีเป็นชุด ตัวผู้ตัวเมีย ตัวผู้เป็นตัวนูน และตัวเมียเป็นตัวบุ๋ม และจะมีตัวแบนไว้เสียบล็อคกระดุมด้านหลังอีกสองตัว

กระดุมแม่เหล็กหนึ่งชุด

กระดุมแม่เหล็กหนึ่งชุด

เราจะเอากระดุมตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋านะคะ ส่วนตัวเมียจะติดอยู่ที่ผ้ากระเป๋าชิ้นนอก

เอากระดุมแม่เหล็กตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า

เอากระดุมแม่เหล็กตัวผู้ติดที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า

เราจะติดกระดุมแม่เหล็กตัวผู้ที่ชิ้นปิดปากกระเป๋า 2 จุด พยายามติดไม่ชิดขอบเย็บมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ประกอบยาก ส่วนวิธีการทำจะอธิบายขั้นต่อไปตอนที่เราติดตัวเมียนะคะ หลังจากนั้นเราจะเย็บชิ้นปิดปากกระเป๋าเข้ากับตัวกระเป๋าชิ้นนอกโดยเราจะหาจุดกึ่งกลางของชิ้นปิดปากกระเป๋า และตัวกระเป๋าชิ้นนอกและลงจุดด้วยดินสอไว้

กำหนดจุดกึ่งกลางให้ทั้งสองชิ้น

กำหนดจุดกึ่งกลางให้ทั้งสองชิ้น

กลัดทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันโดยหันเอาด้านกระดุมออกด้านนอก

กลัดทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันโดยหันเอาด้านกระดุมออกด้านนอก

แล้วก็เย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกัน

แล้วก็เย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกัน

เย็บจากขอบเข้ามา 1/4 นิ้วนะคะ

เย็บจากขอบเข้ามา 1/4 นิ้วนะคะ

แล้วเราก็มาเย็บกระดุมที่การเป๋าชิ้นนอกกันคะ เราจะพลิกชิ้นปิดกระเป๋าลงมาเทียบจุดที่กระดุมทั้งสองจะบรรจบกันก่อน ระยะจากขอบกระเป๋าจะประมาณ 3.5 นิ้ว ระยะนี้เรากะทำให้ชิ้นขอบกระเป๋าปิดมาลงไม่แน่นจนเกินไป ยังเหลือที่อยู่เล็กน้อย

เราวัดระยะจากขอบกระเป๋าชิ้นนอกลงมาประมาณ 3.5 นิ้วหรือจะมากกว่านั้นก็ได้ถ้าต้องการชิ้นปิดปากกระเป๋าแบบพอดี

เราวัดระยะจากขอบกระเป๋าชิ้นนอกลงมาประมาณ 3.5 นิ้วหรือจะมากกว่านั้นก็ได้ถ้าต้องการชิ้นปิดปากกระเป๋าแบบพอดี

กำหนดจุดที่กระดุมทั้งสองฝั่งมาบรรจบกับโดยใช้แผ่นแบนที่รองหลังเป็นตัวลงจุดไว้ด้วยดินสอ

กำหนดจุดที่กระดุมทั้งสองฝั่งมาบรรจบกับโดยใช้แผ่นแบนที่รองหลังเป็นตัวลงจุดไว้ด้วยดินสอ

แล้วเราก็จะใช้กรรไกรขลิบผ้าให้ทะลุไปถึงแผ่นใยด้านหลัง

แล้วเราก็จะใช้กรรไกรขลิบผ้าให้ทะลุไปถึงแผ่นใยด้านหลัง

ใช้กรรไกรขลิบตรงของเส้นยาวที่ขีดไว้ทั้งสองด้าน

ใช้กรรไกรขลิบตรงของเส้นยาวที่ขีดไว้ทั้งสองด้าน

เอากระดุมตัวเมียสอดเข้าตามรอยที่ขลิบไว้

เอากระดุมตัวเมียสอดเข้าตามรอยที่ขลิบไว้

ให้ขาของกระดุมทะลุแผ่นใยออกไปด้านหลัง

ให้ขาของกระดุมทะลุแผ่นใยออกไปด้านหลัง

แล้วเอาแผ่นแบบรองหลังเสียเข้าระหว่างขาทั้งสอง

แล้วเอาแผ่นแบนรองหลังเสียบเข้าระหว่างขาทั้งสอง

แล้วล็อคกระดุุมโดยแยกขาทั้งสองออก

แล้วล็อคกระดุุมโดยแยกขาทั้งสองออก

เสร็จข้างนึงแล้วก็ติดอีกข้างหนึ่งให้เรียบร้อย

เสร็จข้างนึงแล้วก็ติดอีกข้างหนึ่งให้เรียบร้อย

ติดกระดุมเรียบร้อยแล้วเราก็มาเย็บกระเป๋าชิ้นในเข้าด้วยกันนะคะ เอาผ้ากระเป๋าชิ้นในที่เย็บเรียบร้อยแล้วสวมครอบผ้ากระเป๋าชิ้นนอก

เอาผ้าด้านถูกชนกันนะคะ

เอาผ้าด้านถูกชนกันนะคะ

ใช้เข็มกลัดกลัดโดยรอบ

ใช้เข็มกลัดกลัดโดยรอบ

แล้วเย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกันนะคะ

แล้วเย็บทั้งสองชิ้นให้ติดกันนะคะ

เสร็จแล้วกลับด้านเอากระเป๋าชิ้นนอกออกมาผ่านช่องก้นกระเป๋าที่เราเปิดทิ้งไว้

เสร็จแล้วกลับด้านเอากระเป๋าชิ้นนอกออกมาผ่านช่องก้นกระเป๋าที่เราเปิดทิ้งไว้

แล้วใช้จักรเย็บปิดก้นกระเป๋าให้เรียบร้อย

แล้วใช้จักรเย็บปิดก้นกระเป๋าให้เรียบร้อย

แล้วพลิกเอากระเป๋าชิ้นในเข้าไปในกระเป๋าชิ้นนอก แล้วเย็บรอบกระเป๋าอีกรอบ

แล้วพลิกเอากระเป๋าชิ้นในเข้าไปในกระเป๋าชิ้นนอก แล้วเย็บรอบกระเป๋าอีกรอบ

แล้วพลิกชิ้นปิดกระเป๋ากลับมาติดกระดุมให้เรียบร้อยก็เป็นอันเรียบร้อย

แล้วพลิกชิ้นปิดกระเป๋ากลับมาติดกระดุมให้เรียบร้อยก็เป็นอันเรียบร้อย

เสร็จแล้ว ก็ได้กระเป๋าถูกใจเพิ่มขึ้นอีกใบ

เสร็จแล้ว ก็ได้กระเป๋าถูกใจเพิ่มขึ้นอีกใบ

How To อันนี้ยาวนิดนึงนะคะ แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปใช่ไหมค่ะ ใครทำเสร็จแล้วเหมือนเดิมขอชมด้วยคนนะคะ ^^

The Sweetest Side Of Me By Nida White

After The Busy Day Gone

Baby B ชุดใหม่ น่ารักเป็นที่สุด

 

สองอาทิตย์ที่กลับมา โห ยุ่งเป็นที่สุดเลยคะ หันมามองบล็อคตัวเอง แต่ไม่มีเวลาแม้กระทั่งมานั่งเขียนเลย มือคันๆๆๆมาตลอด วันนี้วันแรกของทั้งอาทิตย์ที่รู้สึกว่าไม่ยุ่งแล้ว เพราะงานเสร็จหมดแล้ว เย เย เย! ก็ได้กลับมาเขียนบล็อคอีกที ช่วงเวลาเกือบ 2 เดือนที่อยู่กรุงเทพฯเป็นช่วงเวลาที่เราชอบมาที่สุดเลยคะ ได้ทานอาหารที่อยากทานมานาน ได้เจอเพื่อนที่คิดถึง และได้เจอเพื่อนใหม่ๆ และก็ได้ทำงานที่ชอบ วันนี้เลยขอรวบเรื่องราวดีๆที่ได้มีในช่วงที่ผ่านมาซะหน่อยนะคะ

 

นักเรียนรุ่นแรกที่เข้าร่วมคลาสกับเรา

คลาสเรียนที่เรียนกันสบายสบาย

ถ่ายรูปหมู่หลังจากงานเสร็จ

 

เรื่องคลาสสอนเย็บหมอนนี่เพื่อนๆคงทรายรายละเอียดจากหน้า Facebook ของเราแล้วใช่ไหมคะ แต่จะขอบอกอีกรอบว่าเป็นคลาสที่เราประทับใจมากๆเลยคะ เพราะเป็นคลาสที่ทั้งทาง Janome ให้ความเอื้อเฟื้อสถานที่ให้กับพวกเรา เลยทำให้เรามีห้องเรียนแสนเก๋และสวยบรรยากาศสุดดีมาให้เราเรียนและสอนกัน และก็เพื่อนใหม่ที่เราพบวันนั้นน่ารักกันทุกคนมากเลยคะ ทุกคนมีความตั้งใจกันมาก และแต่จะคนก็มีจุดเด่นของตัวเอง ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างมากกว่าเรา อีกหน่อยเราน่าจะเวียนเปิดคลาสให้เพื่อนๆสอนเราบ้าง วันนั้นผลงงานของทุกคนที่ออกมาก็ทำให้ทุกคนมีความสุขกันถ้วนหน้าคะ

 

เค๊กวันเกิดของพ่อลูกๆหลานๆช่วยคุณตาเป่าเทียนเค๊กวันเกิด

 

ในช่วงทริปนี้เราก็ได้ฉลองวันเกิดของพ่อเราด้วย วันนั้นแกก็ดีใจมากๆที่ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้า และก็ขาดไม่ได้ก็ต้องมีเค๊กวันเกิดด้วยใช่ไหมคะ งานนี้มีหรือจะพลาดเค๊กก็ต้องเข้ากับทีมของเราใช่ไหมคะ คัพเค๊กรูปมาช่านั่นเอง เราก็ของให้ฝนจาก Fin-ish Me Cupcake ช่วยปั้นมาช่าให้เราหน่อย โดยเราสองคนทำ barter กัน เราทำหมอนให้ฝน ฝนทำเค๊กให้เรา 555 ออกมาก็แฮปปี้กันทั้งคู่

 

รวมรูปหมู่เด็กอินเตอร์

 

ทริปนี้นอกจากเราจะได้เจอเพื่อนใหม่แล้ว ลูกเราก็มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ด้วย ตัวเล็กตัวน้อยน่ารักกันจริงๆ พากันไปเล่นที่ Funarium เล่นกันแบบมันส์สุดๆจนไม่อยากกลับบ้านกลับช่อง

ล่องเรือที่อัมพวา

แล้วก็ต้องแวะที่หัวหินซะหน่อย

 

และทริบกรุงเทพฯนี้เป็นทริบที่เราทำมาช่าได้เยอะที่สุดด้วยคะ กลับมาบ้านมานั่งคิดว่าทำไปเท่าไหร่หนอ โห ทำตั้ง 32 ตัว ทำหมอนอิงที่บ้านอีก 4 ใบ และทำ Baby B 1 ตัว และหมอนที่ใช้ทำโชว์ในคลาสอีก 2 รวมทั้งสิ้น 39 ใบ (ทำได้ไงเนี่ย)

กองทัพมาช่าที่ทำที่กรุงเทพฯ

 

และทริบนี้ก็ซื้อของกลับบ้านเยอะมากเลย ตอนขากลับกระเป๋าที่โหลดตั้ง 7 ใบรวมกระเป๋าจักรเย็บผ้าด้วย แต่ไม่สามารถกลับและจัดการได้ด้วยตัวเอง เพราะเดี้ยงคะ หัวเข่าเดี้ยงเลยต้องอาศัยน้องชายช่วยลากกระเป๋ากลับมาให้ด้วย

เดี้ยงตอนกลับ 555

 

แต่อย่างไรก็ดี ถึงจะเดี้ยงแต่ใจยังรักทำงานนะคะ กลับมาช่วงสองอาทิตย์นี้ก็เริ่มทำงานเหมือนเดิม แถมยังประหลาดใจที่ speed ในการทำงานดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในสามวันสามารถทำมาช่าได้ตั้ง 14 ตัว โห ภูมิใจมากๆเลยคะ

กองทัพรอบสองเตรียมตัวบินกลับเมืองไทย

 

Baby B ก็จะกลับด้วยคะ

 

วันนี้เดี๋ยวเราก็จะไปส่งมอบมาช่ากะ Baby B ให้เพื่อนเราเอากลับไปเมืองไทยด้วยคะ ใครสั่งตัวไหนไว้รอรับนะคะ และหวังว่าทุกคนคงจะรักมาช่าและ Baby B นะคะ

ผ้าของ Sarah Jane

Erin McMorris

Happy Mochi Yum Yum

Sugar Flower

 

โชว์ผ้าที่เราถ่ายขึ้นไปบน Facebook ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้วันอาทิตย์อีกแล้ว อิอิ วันนี้จะขึ้นผ้าของใครดีน่า ลองติดตามที่หน้า Facebook กันบ่ายนี้นะคะ

 

 

 

The Sweetest Side Of Me By Nida White

 

 

Baby B and My Masha

Baby B

 

สวัสดีค่า ไม่ได้เข้ามาเขียนบล๊อคตั้งหลายวันเพราะแอบหนีไปเที่ยว อาทิตย์นี้เพิ่งจะได้ไปเที่ยวตั้งแต่กลับมาเมืองไทย เพราะตอนนี้สมาชิกในบ้านมาที่นี่กันครบทีมแล้ว เดี๋ยววันศุกร์จะแอบไปอัมพวาอีกเพราะติดใจกับบรรยากาศที่นู่นมากๆๆ แต่วันนี้ อิอิ เราทำ Baby Babushka เสร็จแล้ว เป็นโปรเจคที่ปิดเงียบไม่ได้บอกใครมาก่อน วันนี้เลยตั้งใจอยู่บ้านทั้งวันเลยเพื่อทำให้เสร็จ เห็นตัวเล็กแค่นี้ สูงแค่ 10 เซนต์เองแต่ใช้เวลาเกือบทั้งวันเลยคะ  Baby Babushka หรือเรียกสั้นๆว่า Baby B เป็นตุ๊กตาตัวแรกที่เราทำที่ไม่ใช่หมอน เสร็จออกมาแล้วชื่นใจมากๆเลย

 

แค่หน้าก็น่ารักแล้ว

 

โปรเจค Baby B ครั้งนี้ตั้งใจจะให้ Baby B ออกมาเป็นสีหวานๆทั้งหมดเลย สีแจ่มๆแบบ Masha จะไม่มีใน Baby B นะคะ เพราะเดี๋ยวคนจะติดใจแต่สีสดอย่างเดียวไม่สนใจสีหวานๆอีก เราก็ดูผ้าที่เรามีที่นี่ผ้าของ Tanya Whelan เหมาะที่สุดที่จะทำ Baby B เค้าทำผ้าออกมาได้หวานถูกใจเราจริงๆ ตอนแรกไม่อยากจะแกะมาใช้เลย แต่สุดท้ายก็ต้องทำใจแกะออกมาเพราะเค้าเหมาะที่สุดแล้ว

 

ชิ้นหน้าตอนที่ทำเสร็จแล้ว

 

งานนี้ได้ลองทำระบายด้วยโดยใช้จักรเย็บก่อนแล้วก็รูดให้เป็นระบาย ทำได้ไม่ยากเลยคะ แค่ตั้งนะยะเข็มให้ห่างมากที่สุดพอเย็บเสร็จก็ดึงด้ายรูดให้เป็นระบายทั้งสองด้านแค่นี้ก็เรียบร้อย แต่ต้องรูดเบาๆหน่อยนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวด้ายขาดต้องเย็บใหม่กันพอดี

 

พอพูดเรื่อง Baby B แล้วก็อดพูดถึงน้อง Masha ไม่ได้ เพราะช่วงหลังที่ผ่านมามีเพื่อนสั่งเราทำ Masha เยอะเลยคะตั้งแต่ออก Masha หลายๆขนาดออกมา แต่มาช่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือมาช่าที่ใช้ผ้าของ Michael Miller – Gypsy Bandana ตอนนี้เราเลยต้องสต๊อกผ้าของเขาไว้เยอะหน่อย เพราะยังต้องทำอีกเรื่อยๆ

 

ผ้าของ Gypsy Bandana ที่เตรียมไว้ตอนนี้

 

น้องมาช่าตอนนี้เรามีสองใบแต่เราไปไหนก็เอาไปด้วย แล้วก็ถ่ายรูปเค้ากับหลายๆที่ที่เราไปด้วย เลยทำให้เรานึกถึงคนที่สะสมตุ๊กตา Blythe แล้วเอาไปเที่ยวกะถ่ายรูปด้วยทุกที่ เราว่าถ้าเพื่อนๆที่ได้ตุ๊กตาของเราแล้วเอาไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆที่ไปแล้วเอามาโชว์กันคงจะเป็นกิจกรรมที่สนุกด้วยกันได้อีกแบบนึงนะคะ ใครได้ไปแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันนะคะ

 

รูปนี้ถ่ายตอนไปหัวหิน เอาเค้าสองคนมานั่งเปลญวณชมวิวทะเล

 

รอบหน้าที่จะไปอัมพวาอีกสงสัยเราต้องพาสามสาว ไม่ใช่สองสาวแล้วคราวนี้ไปเที่ยวกับเราด้วย ไม่งั้นเดี๋ยว Baby B น้อยใจตาย แต่ Baby B แบบหนักนิ้ดนึงเพราะเค้าเป็นตุ๊กตาแบบตั้งได้ รู้ไหมคะว่านอกจะมีใยสังเคราะห์อยู่ข้างในแล้วยังมีอะไรอีก มีข้าวสารคะ 555 เพราะต้องทำให้เค้าหนักนิดนึงถึงจะตั้งได้ ไว้ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะขึ้นวิธีการทำให้ดูนะคะ เผื่อใครจะได้เอาไปลองทำดูบ้างดีไหมคะ

 

Baby B กับเพื่อนๆ

 

แล้วเจอกันใหม่บล๊อคหน้านคะ ตอนนี้เริ่มดึกแล้ว นอนหลับฝันดีกันทุกคนนะคะ ByeBye ค่า

The Sweetest Side Of Me By Nida White

 

 

Double Hourglass… So Easy

Good Morning Friday

 

วันศุกร์อีกแร้ว เร็วจังเลย วันนี้ตื่นมาขอเขียนบล๊อคก่อนเลยดีกว่าคะ ไม่งั้นวันนี้คงอดอีกเพราะตารางค่อนข้างเต็มอีกแล้ว  วันนี้จะเขียนบล๊อควิธีการทำ Double Hourglass ให้เพื่อนๆนะคะ เพราะตอนนี้เรามีโปรเจคทำตัวนี้อยู่จะได้ทำด้วยกันไปพร้อมๆกันเลยคะ

 

ก่อนอื่นหากระดาษแข้งเอามาตัดขนาดให้ได้ 7.5×7.5 นิ้ว เสร็จแล้วก็ตัดให้เหมือนในรูปนะคะ

 

ตัดครึ่งแรกได้สามเหลี่ยมใหญ่สองชิ้น

 

ตัดทแยงอีมูมนึง ทีนี้ได้สี่ชิ้นเลย

 

เอาสามเหลี่ยมมาใช้อันเดียวนะคะที่เหลือเก็บไว้เผื่ออันแรกเสียได้มีอันที่ 2, 3, 4 เอามาใช้ได้อีก  เสร็จแล้วก็ไปตัดผ้าสองสี ความกว้าง 2 1/4 นิ้ว หรือ 2.25 นิ้ว ความยาวตามหน้าผ้า

 

เอาผ้าสองชิ้นมาเย็บติดกัน

 

เสร็จแล้วเอาแผ่นสามเหลี่ยมมาทาบและตัดชิ้นแรก

 

กลับหัวสามเหลี่ยม แล้วตัดผ้าชิ้นที่สอง

 

กลับหัวสามเหลี่ยมเป็นแนวตั้งอีกรอบและตัดผ้าอีกหนึ่งชิ้น หลังจากนั้นก็กลับหัวสามเหลี่ยมลงตัดผ้าอีกชิ้นนึง เพราะฉะนั้นเราจะมีสามเหลี่ยมฐานสีแดงสองชิ้น และสามเหลี่ยมฐานสีขาวสองชิ้น พอเอามาเรียงประกอบหันหน้าตาก็จะออกมาเป็นแบบนี้คะ

 

เกือบจะสวยแล้ว

 

เสร็จแล้วเย็บที่ละคู่นะคะ เย็บคู่เสร็จเอาทั้งสองคู่มาเย็บติดกัน

 

เรียบร้อยแล้ว น่ารักเนอะ

 

แล้วก็ทำหลายๆอันมาประกอบกันนะคะ

 

หรือทำหลายๆลายมาต่อกันก็ได้คะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

Patchwork Continued… Let’s make pillow together

Rail Fence Pillow ทำเสร็จแล้วคะ

วันนี้มาต่อกันจากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกันนะคะ อาทิตย์ที่แล้วที่เราทำ patchwork แผ่นหน้าเสร็จแล้ว เราก็ต้องมาประกอบหมอนให้มันเสร็จๆใช่ไหมคะ มาเริ่มกันเลยคะ เราเอา patchwork กลับมาดูและรู้สึกว่ายังอยากเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเข้าไปอีกหน่อย เราก็เลยเพิ่มขอบเหลืองรอบนอกของแผ่น patchwork ที่เราทำ เพราะลองวัดตัวหมอนแล้วยังมีที่เหลือพอให้เข้าขอบเหลืองได้

ตัดขอบผ้าสีเหลืองความกว้าง 2 นิ้ว ความยาวตามหน้าผ้า

กลัดเข็มหมุดขอบเหลืองเข้ากับตัว patchwork และเอาไปเย็บติดกัน

เย็บเสร็จแล้วตัดขอบผ้าให้เท่ากับ patchwork มุมแรก และกลัดผ้าขอบเข้ากับมุมต่อไปและเย็บให้ติกกัน ทำแบบนี้ให้ครบทั้งสี่มุมนะคะ แต่ตัดขอบให้ตรงและเรียบร้อย

เสร็จขั้นตอนการเพิ่มความสวยให้ patchwork ของเรา

แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากเย็บขอบเพิ่มก็ได้นะคะ ก็ต้องวัดขนาดความกว้างของ patchwork ว่ามีขนาดเท่าไหร่จะได้ ไปตัดผ้าเพื่อประกอบหมอนชิ้นหน้าได้นะ เช่น patchwork ของเราตอนนี้วัดได้ 11.5 นิ้ว แต่เวลาเย็บต่อกับผ้าตัวหมอนแล้วก็จะเหลือแค่ 11 นิ้ว แต่หมอนของเราขนาด 16 นิ้ว หมายความว่าเราต้องตัดผ้าเพื่อประกอบชิ้นหน้าอีก 5 นิ้ว ซึ่งหมายถึงขอบด้านซ้ายต้องมีความกว้าง 2.5 นิ้ว ขวา 2.5 นิ้ว บน 2.5 นิ้ว และล่าง 2.5 นิ้ว หมอนเราก็จะได้ขนาด 16 x 16 นิ้วคะ

แต่ แต่ แต่ อย่าเพิ่งตัดนะคะ เพราะตามที่ว่ามาข้างบนยังไม่รวมชายผ้าที่ต้องเหลืออีกข้างละ 1/4 นิ้วเลย เพราะฉะนั้นเราต้องตัดผ้าที่ 3 นิ้วคะ เพราะเวลาเย็บเข้าแผ่น Patchwork แล้วผ้าก็จะเหลือ 2.75 นิ้ว เวลาเย็บประกบกับชิ้นหลังผ้าก็จะเหลือ 2.5 นิ้วตามที่ต้องการ

ตัดผ้าประกอบตัวหมอนชิ้นหน้า กว้าง 3 นิ้วตามความยาวของหน้าผ้า

แล้วเอามากลัดเข้ากับแผ่น patchwork และนำไปเย็บติดกัน

เย็บทั้งสี่มุมและตัดผ้าให้ขอบเท่ากัน

สวยไหมคะ

ชิ้นหน้าเสร็จแล้วออกมาสวยสมใจ

มาเริ่มทำชิ้นหลังกันคะ

ทีนี่บอกก่อนว่าเราไม่ได้ทำหมอนแบบใส่ซิปนะคะ เราะทำแบบที่เค้าเรียกว่า Envelope Pillow จะใช้ผ้าชิ้นหลังมาเกยกันคะ ตรงนี้ดีสำหรับคนที่มีลูกเล็ก หรือคนที่ชอบนอนหนุนหมอนและไม่ต้องกลัวว่าซิปจะมาขูดหน้า ตรงนี้นิยมกันมากในต่างประเทศสำหรับคนที่ชอบทำงานฝีมือ เพราะทำเสร็จได้เร็วกว่าแบบอื่นๆด้วยคะ วิธีทำก็คือตัดผ้าชิ้นหลังความกว้างเท่ากับชิ้นหน้า ซึ่งตรงนี้คือ 16 นิ้ว แต่ความยาวจะบวกเพิ่มไปอีก 4 นิ้ว ซึ่งก็คือ 20 นิ้ว พอตัด 16 x 20 นิ้วแล้วก็ตัดผ้าออกเป็นสองท่อนเลยคะ สองข้างให้เท่าๆกันกคือ 16 x 10 นิ้ว 2 ชิ้น

ตัดแบ่งครึ่งให้สองข้างเท่าๆกัน

เสร็จแล้วพับริมสองทบเล็กๆนะคะ เอาเตารีดรีดให้เรียบแล้วนำไปเย็บขอบให้สวยงาม

แล้วเอาผ้าชิ้นหน้าวาง หงายหน้าผ้าขึ้น เอาชิ้นหลังมาประกบแผ่นหลังขวาทาบบนแผ่นหลังซ้าย หรือแผ่นหลังซ้ายทาบบนแผ่นหลังขวาตามที่ถนัด

ทาบเสร็จแล้วใช้เข็มหมุดกลัดรอบๆสี่เหลี่ยมแล้วเริ่มเย็บนะคะ ให้เหลือชายผ้า 1/4 นิ้วด้วยนะคะ

แล้วก่อนที่จะพลิกปลอกหมอนด้านถูกออกมา เอากรรไกรตัดมุมทั้งสี่มุมออกเหมือนในรูปก่อนนะคะ จะทำให้มุมเมื่อพลิกกลับมาแล้วออกมาสวยงามคะ

เสร็จแล้วก็เอาตัวหมอนใส่ แล้วตบๆให้สวยงาม

ออกมาสวยอย่างที่อยากได้แล้วคะ

ลองทำดูนะคะ ทำหลายๆสีเรียงกันคงจะสวยน่าดูเลยคะ

The Sweetest Side of Me By Nida White

Sewing Class with Friends

ก๊วนเพื่อนโรงเรียนที่ยังรักกันเหนียวแน่น

 

เมื่อวานที่ผ่านมามีเพื่อนๆมารวมตัวกันที่บ้านสิบกว่าคน จุดประสงค์หลักเพื่อเรียนเย็บผ้า และแต่ละคนถืออาหารมาคนละไม้ละมือ มีทั้งอาหารที่ตั้งใจทำกันมาให้เพื่อนๆทานกันแล้วยังมีอาหารที่ขาดไม่ได้ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ทานมานาน นั่นคือ ส้มตำ หมูน้ำตก คอหมูย่าง ฯลฯ จริงๆแล้วสรุปกันหลังจากที่เจอกันทีมกินมีมากกว่าทีมเย็บ ทีมกินนอกจากจะหม่ำอาหารกันตลอดเวลาแล้วยังเป็นทีมสนับสนุนทีมเย็บกันด้วยแบบว่าถ้าทีมเย็บทำอะไรสำเร็จขึ้นมาชิ้นนึงแล้วทีมสนับสนุนจะวิ่งมาเฮกัน และรุมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน

 

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกด้วยที่บ้านเราจัดการชุมนุม เพราะตั้งแต่ซื้อบ้านมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศยังไม่มีโอกาสต้อนรับแขกๆที่บ้านมาก่อนเลย เจ้าบ้านเลยเกิดอาการประหม่าเล็กน้อยว่าบ้านจะโอเคเพื่อนต้อนรับแขกๆคนสำคัญหรือเปล่า แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

 

เราเริ่มเย็บหมอนกันตั้งแต่มาถึง สรุปแล้วมีนักเรียนดีเด่นตั้งใจเรียนอยู่สี่คน จักรมีสองตัว เมื่อวาน Janome คะแนนนำโด่งเพราะ Bernina ไม่ยอมมาด้วย เจ้าของเปลี่ยนใจมากินมากกว่ามาเย็บ 😉

 

เมื่อวานมี 3 แบบที่เพื่อนสนใจอยากเรียน Wheel Pillow, Log Cabin Pillow, และ Rail Fence Pillow. เพื่อนที่ได้ทำหมอน Log Cabin บอกว่าแบบนี้ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ จากคนที่ไม่เคยเย็บจักร ตัดผ้ามาก่อนใช้เวลาทำประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เสร็จ  Rail Fence ก็ไม่น้อยหน้า ออกตัวช้ากว่าคนอื่นแต่ก็ทำเสร็จได้พร้อมๆกัน ส่วน Wheel Pillow ซึ่งละเอียดกว่าและงานหลายขั้นตอนกว่าก็เสร็จช้ากว่าคนอื่นเพียงนิดเดียว

 

3 แบบ 4 ใบ

 

เพื่อนๆแต่ละคนตั้งใจกันมาก มีความมั่นใจมากกว่าเราในตอนแรกที่เริ่มหัดเย็บกว่าเรากันทุกคน เราปรับ speed จักรให้อยู่ต่ำหน่อยเพื่อให้แต่ละคนเย็บได้ช้าๆแต่ไม่พลาด งานออกมาเลยสวยทุกใบเลยคะ นอกจากนั้นเมื่อวานยังได้มีโอกาสสอนเพื่อนๆให้ใช้ rotary cutter ด้วย มีแต่คนชอบมากๆ เพราะทำให้งานตัดออกมาได้เร็วและไม่ผิดพลาด ตลกตรงที่เพื่อนคนนึงตั้งชื่อ rotary cutter ว่ามีดหั่นพิซซ่า (คิดได้ไงนิ)

 

ทีมเย็บที่ทำผลงงานออกมาได้สวยแจ่ม

 

ทั้งเย็บ ทั้งกิน ทั้งเมาท์อยู่กันไปกันมาตั้งแต่เที่ยงจนมึดค่ำเลยคะ นอกจากนั้นยังมีการมอบหมอนสำหรับคนที่เราเคยสัญญาว่าจะทำให้อีกด้วย ทำเหมือนเป็น event มอบของรางวัลอะไรอย่างนั้น สนุกดีคะ ถ่ายรูปกันซะหนำใจไปเลย นอกจากเพื่อนเป็ยผู้โชคดีที่ได้หมอนแล้วยังเป็นที่อิจฉาตาร้อนของคนที่ยังไม่ได้อีกด้วย เลยกลายเป็นงานแย่งหมอนกันไปอีกงาน

 

เจ้าของ Roxy Foxy คนใหม่แต่ถือมาช่ามาถ่ายรูป

 

เจ้าของมาช่าที่ใช้ผ้าของ Amy Bulter โดยเฉพาะ

 

พอใกล้ค่ำหลังจากที่เย็บเสร็จหายเหนื่อยกันเรียบร้อยแล้งก็ถึงเวลาถ่ายรูป ถ่ายกับถ่ายแบบ non stop แต่เราก็ได้รูปที่ถ้่ยกับนักเรียนดีเด่นมาอวดด้วยนะคะ

 

นักเรียนดีเด่นทั้งสี่คนรวมคุณครู

 

ท้ายสุดขาดไม่ได้ก็ต้องมีรูปหมู่ก่อนกลับอีกที

ก่อนกลับต้องรวมรูปหมู่

 

จบงานนี้แล้วเริ่มมั่นใจขึ้นมาหน่อยแล้วคะว่าน่าจะสอนเย็บได้ เดี๋ยวกำลังใจมามากกว่านี้จะเปิดคลาสเล็กๆสอนเพื่อนๆคนอื่นที่สนใจมาเย็บกับเราซักครั้งสองครั้งดีไหมคะ

 

 

The Sweetest Side of Me By Nida White

 

 

I’m home …. Happy Happy.

ถึงบ้านแล้วค่า

ในที่สุดก็กลับบ้านแล้ว รู้สึกดีจริงๆคะ หลังจากวุ่นหัวปันแพ๊กของ จัดบ้านที่นู่นให้เรียบร้อย ขนของแบบเยอะมาก 6 กระเป๋าใหญ่ สองในนั้นเป็นกระเป๋าใส่จักร Janome ตัวโปรด และอีกหนึ่งเป็นกระเป๋าใส่อุปกรณ์ซึ่งใบนั้นหนักตั้ง 28 กิโล 555 อะไรจะหนักขนาดนั้น แต่ก็ถึงบ้านอย่างเรียบร้อยเมื่อวันเสาร์เย็น

เมื่อวานวันอาทิตย์อดไม่ได้ตามนิสัยเดิมๆ ขอแวบออกไปร้านผ้านิ้ดนึง อยากรู้ว่าเค้ามีอะไรใหม่ๆมาบ้างหรือเปล่า เพราะเราชอบผ้าของญี่ปุ่นเหมือนกันคะ ลายเค้าจะน่ารัก หวานๆ จุ๋มจิ๋มดี เราชอบร้านที่ K Village เค้าชื่อ Fabric@Play มีของหลายๆอย่างขายด้วยนอกเหนือจากผ้า และก็นอกจากผ้าญี่ปุ่นแล้วก็มีผ้าไทยขายด้วยราคาไม่แพงและสวย น่ารักสุดๆตั้งหลายแบบ เมื่อวานก็เลยได้มาเพราะตั้งใจว่าจะกลับมาทำหมอนให้บ้านที่เมืองไทยด้วย ขอโชว์รูปให้ดูนิดนึงนะคะ

โทนแดง ชมพู

โทนฟ้า

Fat Quarter ลายน่ารักๆ

หลังจากได้ผ้าแล้ว อุปกรณ์ก็ต้องเริ่มติดตั้งใช่ไหมคะ ก็เลยแอบไปขนโต๊ะจาก office เอามาจัดมุมเย็บผ้าที่บ้านทันทีด้วยความเห่อ มุมเล็กมองออกไปเห็นสนามบ้านเราแบบที่อยากได้มานาน และก็พร้อมเย็บแล้วคะ

มุมเย็บผ้า

แต่ยังไม่ได้เริ่มเย็บเลยน่ะคะ เพราะวันนี้ต้องไปสยามพารากอน สัญญากับลูกว่าจะให้เค้าไปดูปลากับคุณตาคุณยาย และต้องไปทำงานที่นู่นนิดหน่อย แต่สิ่งที่ดีที่ได้ไปเพราะทำให้เราได้แวะไปร้านหนังสือ Kinokuniya ด้วย ที่ร้านนี้เราชอบมากเพราะจะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเย็บผ้าค่อนข้างเยอะกว่าที่อื่น เลยได้มาอีกสามสี่เล่ม และก็ยังมีอีกหลายเล่มที่อยากได้ แต่เอาไว้ก่อนล่ะกันคะ

อันนี้ที่ได้มาจากร้าน Kino วันนี้

หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการเย็บผ้ามีเต็มไปหมดเลยคะ

เล่มนี้น่ารัก เห็นแล้วอยากเย็บผ้ากันเปื้อนหลายๆแบบมาขึ้นเว็บจัง

แฮะแฮะ โชว์ของเสร็จแล้ว สัญญาคะว่าพรุ่งนี่้จะเริ่มทำงานแล้วคะ แล้วจะเอามาโชว์ให้ดูนะคะ

The Sweetest Side of My By Nida White

Angry Bird or Angry Me?

20110622-030927.jpg

ตอนนี้ไปที่ไหนก็มีแต่ตุ๊กตา Angry Birds ขายเต็มไปหมด เมื่อเดือนกว่าๆไปห้าง Takashimaya เห็นวางโชว์แต่ขึ้นป้ายว่า sold out แต่ตอนนี้มีไปซะทุกที่เลย จากตอนแรกว่าจะไม่ซื้อแต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ หวังว่าในอนาคตเราคงไม่ซื้อครบเซ็ทนะ

เมื่อเช้าเอารูป Angry Birds ขึ้น Facebook มีเพื่อนถามว่าจะลองเย็บหรือเปล่า เราก็เลยลองเสิร์ทหาดูในเว็บว่มิสกรีทำ pattern สอนเย็บเหล่านกน้อยนี้หรือเปล่า ปรากฎว่ามีหลายเว็บเลยคะ ใครสนใจลองเข้าไปดูที่นี่ได้นะคะ – Obsessivelystitching

เมื่อเช้าพอมีเวลาได้นั่งตัดผ้าสำหรับหมอน wheel pillow สองใบและนั่งเย็บหมอนมาช่าได้อีกหนึ่งใบ เลยตั้งใจว่าเมื่อไหร่เริ่มเย็บหมอน wheel pillow จะทำ tutorial วิธีการเย็บขึ้นบล็อคด้วยเผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจอยากทำได้เอาไปทำได้เลยคะ

วันนี้เป็นวันของลูกอีกแล้ว ออกจากบ้านมาตอนสายๆจนตอนนี้จะบ่ายสี่แล้วยังไม่เสร็จเลย เหนื่อยจิงๆ วันนี้พาลูกคนเล็กไปดูโรงเรียนใหม่ที่เค้าจะเริ่มไปเรียนตอนเดือนสิงหาด้วย ลูกท่าทางจะชอบโรงเรียนนี้เพราะของเล่นเยอะดี เรียกให้กลับเท่าไหร่ก็ไม่ยอมกลับ

20110622-060913.jpg

หลังจากนั้นก็พาไปหาหมอต่อ รอ ร้อ รอ เมื่อไหร่จะได้เจอหมอ รวมเวลานั่งรอทั้งสิ้นเกือบสองชั่วโมง ระหว่างนั่งรอไปใจก็คิดไปถึงผ้าที่เพิ่งได้มาใหม่เมื่อวาน (อีกแล้ว) ว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้อยากกลับไปทำผ้าห่มสวยๆอีกผืน หลังจากหมอนรอบนี้ที่ยังค้างอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้วจะกลับไปทำผ้าห่มอีกรอบ

20110622-062108.jpg

20110622-062133.jpg

แล้ววันนี้ของอีกอย่างที่สั่งไว้ก็มาด้วยคะ ใครชอบหมอนปักเข็มหมุดบ้าง เมื่อเดือนที่แล้วเข้าอินเทอร์เน็ตแล้วเห็นหมอนเข็มหมุดแบบนึงน่ารักมาก สะดุดตาจนต้องสั่ง pattern มาเป็นรูปชิ้นเค๊ก มีคนทำแล้วเอาไปตกแต่งเพิ่มให้มีวิปครีมสวยๆอยู่บนหน้าเค๊กเพิ่ม ยิ่งสวยยิ่งน่ารักเข้าไปกันใหญ่ แต่พอเปิดอ่านวิธีทำ อันนี้ต้งงขอเวลาทำความเข้าใจอีกหน่อย ถ้ามันไม่ยากมากจะแปลเป็นภาษาไทยให้เพื่อนๆมาทำด้วยกัน ดีใหมคะ

20110622-062739.jpg

20110622-062803.jpg

The Sweetest Side of Me By Nida White

I’m not in the mood for sewing today

เหมือนกับโลกเป็นสีชมพู

วันนี้ไมีมี mood เย็บผ้าเลยคะ ทำไมก็ไม่รู้ ทำนู่นทำนี่มาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็ยังไม่ mood เลย แต่เมื่อวานได้ผ้าที่สั่งมาใหม่ตั้งหลายผืน สวยๆทั้งน้าน ไว้วันอาทิตย์จะโชว์ให้ดูนะคะ ปกติโชว์ในหน้าเพจ facebook ของเรา แต่ตั้งแต่อาทิตย์นี้เป็นตั้นไปจะลงทั้งสองที่เลยคะ

วันนี้จะไม่พูดเรื่องเย็บผ้า เย็บหมอน ตัดผ้าหรืออะไรทั้งนั้น เรามาเปลี่ยนอารมณ์กันดีกว่า เรามาคุยกันเรื่องถ่ายรูปและ edit รูปให้สวยๆ กันดีกว่าคะ พักหลังๆเราชอบใช้แอพใน iphone ตัวนนึงที่ชื่อ Instagram ใครเล่นอันนีักันบ้างคะ เราชอบอัพรูปที่เราถ่ายขึ้นไปและชอบดูรูปสวยๆที่คนอื่นโพสขึ้นไป บางอันสวยสุดยอดเลยคะ เห็นแล้วต้องกด like 1,000 ครั้ง เราก็เลยใช้แอพของมันทำรูปสวยๆด้วย แต่ไปๆมาทำไมทำมามันไม่สวยอย่างที่อยากได้ อยากได้อะไรที่ออกมาวิลิศมาหรากว่านั้น ก็เลยพยายามเสาะแสวงหาแอพอื่นๆมาใช้ด้วย

ทะเลสาบสวยที่นิวซีแลนด์เปลี่ยนให้เป็นสี Sepia ซะเลย

และเมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเราก็เลยไปดาว์นโหลด application ใหม่จาก Appstore ใน iphone มาสองสามอัน อันที่ชอบอันแรกชื่อ MagicHour ใครใช้อันนี้บ้างหรือเปล่าคะ เราว่ามันเป็นแอพที่ทำรูปออกมาได้สวยกว่าอันอื่นๆคะ ดูตัวอย่างข้างล่างนี้

คอกไม้ที่ถ่ายตอนไปแอฟริกาใต้

รูปถ่่ายจากในโบสถ์ที่นิวซีแลนด์

Singapore Flyer ที่สิงโป

เราชอบแอพอันนี้เพราะนอกจากที่จะเลือกใช้สีสันที่เค้าทำมาเป็นมาตรฐานแล้วเรายังสามารถเอาอันที่เราเลือกแล้วมาดัดแปลงเพิ่มเติมให้ได้ตามที่เราชอบมาที่สุดได้อีกด้วย แต่ว่ารูปจะออกมาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างเดียว แต่ก็โอเคคะเพราะหลังจากทำแล้วก็เอาไปขึ้นใน Instagram ได้ทันที

หนึ่งในบล๊อคของผ้าห่มที่เราทำ

อันที่สองชื่อ iDarkroom อันนี้ก็เก๋ รูปออกมาสวย แถม add พวก bubble สวยๆลงไปได้ด้วย ทำ background ให้เป็นผ้า canvas สวยๆก็ได้ อันนี้ก็สนุกคะ ทำไปทำมาเล่นเอาซะแบต iphone หมดเลย 555

เหมือนให้ใครมาวาดรูปหมอนเราบนผ้าใบไหมคะ

อันนี้กลับ crop รูปไม่ได้ ถ้าได้นะจะดีกว่านี้เยอะเลย เพราะต้องใช้แอพอันอื่น crop รูปก่อนแล้วค่อยมาใช้อันนี้แต่งรูป เสียเวลาไปนิดนึง แต่ก็สนุกอยู่ดีคะ ออกมาก็สวยอย่างที่อยากได้เหมือนกัน แต่ลูกเล่นยังน้อยกว่าอันแรกที่แนะนำไป

Wheel Pillow กะลูกชาย

รูปข้างบนตอนเราถ่ายมาเป็นรูปที่สีจัดมากเพราะหมอนใบนี้สีจัดจริงๆ ใครจำใบนี้ได้บ้างคะ แต่พอเอาแอพนี้มาแต่งรูปทำเป็นสีขาวดำ และเพิ่ม gimmick เข้าไปอีกหน่อยออกมาคลาสสิกซะไม่มีเลย

อันอื่นที่ลองใช้ดูแต่ก็ไม่ได้กรี๊ดมากซักเท่าไหร่ ก็ CP Pro กับ 100Cameras โดยเฉพาะอันหลัง แหมเสียดายเงินที่ไปดาว์นโหลดมาจิงๆ

ถ้าใครใช้แอพแต่งภาพอันไหนที่เจ๋งๆเอามาแชร์กันบ้างนะคะ จะได้ไปดาว์นโหลดมาใช้บ้าง อิอิ

มีแต่หมอนกะหมอน

The Sweetest Side of Me By Nida White